หัวข้อสนทนา
  • แม่น้องกัปตัน

    เพศ : ชาย
    อายุ : 2/10วัน
    น้ำหนัก : 16
    สูง : 89
    นมที่ลูกทาน : นมไฮคิวพลัด1ยูเอชที

    อยากทราบว่าพ่อแม่และทุกๆคนในครอบครัวจะช่วยสร้างพื้นฐานจิตใจของเจ้าตัวน้อยให้แข็งแกร่งได้ด้วยวิธีไหนดีค่ะ คำพูด สีหน้า อารมณ์ กริยาท่าทางของผู้ใหญในบ้านจะมีส่วนเกี่ยวข้องไหมค่ะ สภาพแวดล้อมมีส่วนด้วยหรือป่าวขอคำปรึกษาด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    1.ทุกคนในบ้านที่อยู่กับเด็กสามารถช่วยพื้นฐานจิตใจของเด็กได้อย่างแน่นอนสิ่งที่ผู้ใหญ่ทุกควรทำคือเมื่อมีเวลาว่างควรเข้าไปมีปฎิสัมพันธ์กับเด็กด้วยสีหน้าแววตาที่ชื่นชม ไม่เเนะนำให้เข้าไปแหย่เด็กหรือทำให้เด็กมีอารมณ์หงุดหงิด
    2.กรณีถ้าเราต้องฝึกวินัยลูก ให้เก็บของเล่น อาบน้ำ แปรงฟัน ผู้ใหญ่ ทุกคนควรทำไปในทิศทางเดียวกัน
    3.กรณีผู้ใหญ่ในบ้านมีความขัดแย้งในการเลี้ยงดูเด็ก ควรที่จะมาคุยกันเอง โดยไม่ทะเลาะกันให้เด็กเห็น ไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะด้วย อารมณ์หรือน้ำเสียงเพราะเด็กอาจจะซึมซับและแก้ไขสิ่งต่างๆด้วยอารมณ์
    4.สุุดท้ายเเล้วเมื่อเด็กเอาเเต่ใจ เราอธิบายให้ฟังเเล้วลูกยังไม่สนใจที่จะควบคุมอารมณ์เราก็ควรปล่อยให้เด็กควบคุมอารมณ์ด้วยตนเอง ผู้ใหญ่คนอื่นไม่ควรเข้าไปแทรกแซง ไม่ควรไปอุ้มออกมา เพราะจะทำให้เด็กเกิดการไม่เคารพอีกคนได้

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Sangdao Kh

    เพศ : ชาย
    อายุ : 2 ปี 2 เดือน
    น้ำหนัก : 13.5
    สูง : 89
    นมที่ลูกทาน : นมถั่วเหลือง

    อยากทราบคำแนะนำเรื่องการเตรียมตัวลูกเพื่อเข้าโรงเรียนค่ะ

    1. ความกังวลของการเเเยกจากของเด็ก จะมีอยู่มากในช่วง 6 เดือน ถึง 3 ปี เพียงเเต่ช่วงอายุ 2 ปี ความกังวลจะน้อยกว่าเด็กเล็ก
    2. เด็กอายุ 3 ปีเเล้วเข้าโรงเรียน เด็กจะสามารถปรับตัวได้ดีกว่า เพราะเด็กนั้นเข้าใจเรื่องเวลาเเล้ว เช่น บ่ายๆ หลังจากกินขนมมื้อว่างเเล้ว คุณเเม่จะไปรับ
    ผ่านไป 2-3 วัน เด็กก็จะปรับตัวได้ดี
    3. หากจำเป็นต้องให้ลูกเข้าเรียนตั้งเเต่อายุน้อยๆ อายุที่ทำให้เด็กจะไม่กังวลมาก คือ 2 ปีขึ้นไป เเละปรับตัวได้ดี คือช่วงอายุ 3 ปีขึ้นไป
    4. เราควรเลี้ยงลูกให้ลูกมีวินัยเชิงบวกก่อน เพื่อให้ลูกคุ้นชินกับการฟังผู้ใหญ่ เเละช่วยเหลือตัวเองได้ดี เมื่อลูกเข้าโรงเรียนไปเเล้วจะทำให้ลูกนั้นปรับตัวได้มากขึ้น

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Ratirat Kaphophan

    เพศ : ชาย
    อายุ : 2ปี 8เดือน
    น้ำหนัก : 14
    สูง : 96
    นมที่ลูกทาน : เอ็นฟาเอพลัส

    จะพัฒนาศักยภาพของเด็กได้ยังงัยบ้าง มีวิธีการยังงัยบ้างคะ ที่จะให้เด็กมีวินัย

    - เล่นหรือทำกิจกรรมกับลูกให้หลากหลายเพื่อสังเกตว่าลูกมีแววทางไหน เช่น ร้องเพลงกับลูก ต่อบล๊อคกับลูก เล่านิทานเเละสื่อสารกับลูก เล่นสมมุติกับลูก เมื่อเรา
    คลุกคลีกับเด็กเราจะพอมองเห็นว่าลูกมีศักยภาพไปทางใด อย่างไรก็ตามเราก็ยังคงต้องชื่นชมในศักยภาพต่างๆ เหล่านั้นเเม้ว่าจะมีด้านใดด้านหนึ่งเด่นกว่า เเต่เราควรต้องสนับสนุนให้เกิดขึ้นไปพร้อมๆกันก่อน

    วิธีการที่จะทำให้เด็กมีวินัย
    1.ลูกต้องมีทักษะการสื่อสารที่คล่องเเคล่ว นั่นคือการที่ลูกจะต้องฟังประโยคยาวๆ ได้อย่างเข้าใจ
    2.พ่อเเม่ต้องควบคุมอารมณ์และทำให้ลูกเห็นถึงข้อดีของการมีวินัยต่างๆ เหล่านั้น

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • พัฒน์ธนันตร์ ศรีกระจ่าง

    เพศ : หญิง
    อายุ : 1/4
    น้ำหนัก : 13
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : เอนฟาเอพลัส

    การตื การดุ ถือว่าเป็นการเลี้ยงลูกเชิงบวกไม๊คะ ตอนนี้ลูกสาวยังพูดไม่ชัดเลย ซนมากแต่ดีตรงกล้าแสดงออก อยากทราบว่าการเลี้ยงลูกเชิงบวกครอบคลุมในเรื่องไหนบ้าง และควรเริ่มตรงไหนและทำอย่างไร และผลที่ได้รับจะทำให้ลูกของเราพัฒนาทั้งไอคิวและอีคิวไปพร้อมๆกันใช่ไม๊คะ อยากให้ลูกเข้มแข็ง แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจคะ

    การเลี้ยงลูกเชิงบวกคือการอธิบายกระตุ้นให้ลูกคิด โดยไม่ใช้อารมณ์และไม่เน้นการทำโทษ ดังนั้นการตี การดุจึงไม่ถือว่าเป็นการเลี้ยงลูกเชิงบวก

    ในเด็กอายุ 1 ปี พัฒนาการที่ควรฝึกคือทักษะการพูด การฟัง ครอบคลุมถึงการฝึกให้ลูกเข้าใจสิ่งที่เรากำลังสื่อสาร ดังนั้นพ่อแม่ควรสื่อสารตอนเล่านิทานให้ลูกฟังและตั้งคำถามพร้อมเฉลยให้ลูกฟังด้วย ถือเป็นการให้ลูกตั้งคำถามและการตอบคำถามเป็น การที่ลูกตั้งคำถามและตอบคำถามได้จะเป็นประโยชน์ต่อเขาเอง เมื่อลูกสามารถฟังประโยคยาวๆได้จะทำให้ลูกเข้าใจได้ง่าย

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Narancha Sirithanyakan

    เพศ : หญิง
    อายุ : 3
    น้ำหนัก : 20
    สูง : 95
    นมที่ลูกทาน : S26

    อยากทราบวิธีการสร้างพื้นฐานจิตใจที่เข้มแกร่งกับให้ลูก เพื่อที่จะได้โตมาเป้นเด้กที่คิดบวกค่ะ

    1.ลูกต้องมีความั่นใจในตัวเอง แปลว่าลูกต้องช่วยเหลือตัวเองเป็น
    2.ลูกต้องมีความนับถือตนเองนั่นหมายความว่าพ่อแม่ต้องชื่นชมในสิ่งที่ลูกเป็น ให้ลูกรับรู้
    3.ลูกต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองเป็น เมื่อเจอวิกฤติลูกก็จะได้ฟันฝ่ามันได้
    เด็กที่จะคิดบวกได้นั้น พ่อแม่ต้องคิดบวกด้วย เวลาสร้างวินัยให้ลูกพ่อแม่ไม่ควรใช้วิธีการขู่หรือกระตุ้นให้ลูกมองเห็นแต่ผลลัพธ์เชิงลบ เช่น ถ้าลูกไม่ตื่นลูกจะไปโรงเรียนสาย ถ้าลูกไม่กินข้าวลูกก็จะตัวเล็ก

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • แม่เมย์ กะ น้องออร์แกน

    เพศ : หญิง
    อายุ : 1
    น้ำหนัก : 13.5
    สูง : 70.6
    นมที่ลูกทาน : นมแม่

    ถ้าการเลี้ยงลูกเชิงบวก คือ การไม่ทำโทษเวลาที่ลูกทำผิด และถ้าไม่ทำโทษเลย เราจะสร้างพื้นฐานที่ดีให้ลูกได้อย่างไรคะ

    เด็ก 1 ปี สิ่งที่ต้องการคือ การพัฒนาความรู้สึกมั่นคง และมั่นใจ จากคุณพ่อคุณเเม่ พื้นฐานที่สำคัญสำหรับวัยนี้ คือสอนลูกสื่อสาร เน้นการมองหน้า สบตา เล่นกับลูก ให้ลูกมีรอยยิ้ม เเละเสียงหัวเราะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานหลัก ส่วนการฝึกวินัยจะเน้นให้ลูกทำตามมากกว่าการบังคับ และปล่อยร้อง

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Phunnapha

    เพศ : หญิง
    อายุ : 3/6
    น้ำหนัก : 13
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : Hiq supergold สูตร3

    มีวิธีช่วยทำให้พี่น้องรักกันไม่ทะเลาะกันยังไงค่่ะ เลี้ยงลูกหัวปีท้ายปี คนโตสุด 3ขวบ6เดือน คนกลาง 1ขวบ4เดือน คนสุดท้อง1เดือน คนโตสุดเขามักจะแกล้งน้องคนกลางพูดไม่ฟังดื้อมากเหมือนอิจฉาคือโตแล้วไม่ค่อยอุ้ม อุ้มแต่คนกลางนานๆครั้งเพราะติดน้องคนเล็กสุด ส่วนคนกลางพอเห็นอุ้มน้องก็เหมือนจะตีน้องจะคอยมานั่งตักตลอด ปวดหัวสุดๆค่ะ

    เด็กต้องการให้พ่อเเม่เเสดงความรัก เวลาที่คุณเเม่อุ้ม เเปรงฟันให้ ก็ตีความว่ารัก พอเราไม่สามารถทำให้กับคนที่ 1 และ 2 ได้ และเด็กมองเห็นว่าเราทำให้กับคนที่เล็กกว่า ทำให้มองว่าแม่ไม่รัก สิ่งที่คุณพ่อคุณเเม่ทำได้ คือ การชื่นชมใส่ใจ ซึ่งเป็นการแสดงความรักอย่างหนึ่งที่ลูกสัมผัสได้ ซึ่งเราควรทำอย่างสม่ำเสมอก่อนที่จะกิดปัญหา ใช้คำพูดชื่นชมใส่ใจพี่คนโต ตามพัฒนาการของลูก เช่น ต่อตัวต่อนี้ได้เก่งจัง ช่วยเเม่หยิบของให้น้องด้วยน่ารักมากเลย สำหรับน้องคนที่ 2 ยังพูดได้น้อยคุณเเม่ชื่นชมง่ายๆ เช่น พยายามกินข้าวเอง เก่งจัง ถ้าคุณพ่อคุณเเม่ทำเเบบนี้ ลูกทุกคนก็ยังได้รับความรักจากคุณพ่อคุณเเม่ เมื่ออุ้มน้องคนเล็ก เเล้วพี่จะเข้ามาเเย่ง มาเเกล้งน้อง ไม่ควรตำหนิว่าดื้อ เพราะจะทำให้ลูกคิดว่าเเม่ไม่รัก ให้คุณเเม่ชื่นชมลูกก่อน เเล้วบอกพี่คนโตว่า เเม่ยังอุ้มหนูไม่ได้ เพราะต้องดูเเลน้อง การทำเเบบนี้ จะทำให้เด็กเห็นว่าคุณเเม่ยังรักเเละยังเอาใจใส่เขาอยู่

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • P'Pump

    เพศ : ชาย
    อายุ : 0/7
    น้ำหนัก : 8.6
    สูง : 67
    นมที่ลูกทาน : ตราหมี สูตร 1

    การที่เราให้ลูกดูโทรทัศน์ ดูการ์ตูน จะมีปัญหาในเรื่องของพัฒนาการทางสมองหรือไม่ครับ

    สมาคมกุมารแพทย์ของประเทศไทย แนะนำว่าเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่ควรดูสื่ออิเล็กทรอนิกส์ใดๆเลย เพราะไม่ช่วยในการพัฒนาสมอง

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Dreamm Worldd

    เพศ : ชาย
    อายุ : 4 เดือน
    น้ำหนัก : 7.1
    สูง : 6.4
    นมที่ลูกทาน : HiQ supergold

    การเลี้ยงลูกเชิงบวกต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ พ่อแม่ต้องคิดแบบไหน ควรเลี้ยงลูกแบบไหนให้ลูกโตมาเป็นคนดี ไม่โลกในแง่ดี ทำอย่างไรให้ลูกมีจิตใจเข้มแข็งสามารถเผชิญกับปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆได้ ควรเริ่มจากสิ่งที่พ่อแม่ทำให้เค้ามั้ยค่ะ ต้องให้เค้าคิดและตัดสินใจในเรื่องที่คิดว่าเค้าควรจะตัดสินใจเองใช่มั้ยค่ะ

    1. น้อง 4 เดือน เราปลูกฝังการเลี้ยงลูกเชิงบวก ด้วยการ พูดคุย มองหน้า สบตา ร้องเพลง เล่นจ๊ะเอ๋ เเม้ลูกจะฟังไม่เข้าใจ เเต่ลูกจับสายตา เเววตา เเละท่าทางของพ่อเเม่ได้ เมื่อลูกโตขึ้นจะพัฒนาการสื่อสารกับพ่อเเม่ได้เร็วขึ้น
    2. เด็กที่จะมีจิตใจเข้มเเข็ง เเละเผชิญอุปสรรคได้ ต้องมี
    2.1 ความมั่นใจในตัวเอง
    2.2 ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้
    2.3 มีทักษะในการเเก้ปัญหาเองเป็น
    2.4 มองโลกในเเง่ดี
    ดังนั้นพ่อเเม่ควรปลูกฝังให้เขาได้ด้วยการเป็นต้นเเบบ เป็นตัวอย่าง ต่อคุณสมบัติเหล่านั้น
    3. เวลาฝึกให้ลูกตัดสินใจเองนั้น ควรเเน่ใจว่าลูกตัดสินใจภายใต้วิจารณญาณ ไม่ใช่ตัดสินใจภายใต้คำว่าอยากเป็นตัวตั้ง

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Aribabaa Karw

    เพศ : ชาย
    อายุ : 3ปี9เดือน
    น้ำหนัก : 17
    สูง : 105
    นมที่ลูกทาน : ดูเม็กดูโกร

    การที่เด็กแต่ละคนมีสภาวะทางอารมณ์และพฤติกรรมที่แตกต่างกันมีผลมาจากการนอนหลับไม่เพียงพอหรือไม่หรือเป็นผลจากการแสดงออกทางอารมณ์และพฤติกรรมของคนรอบข้างคะเพราะลูกมีอาการฉุนเฉียวหงุดหงิดหรือเวลาไม่พอใจจะหวีดร้องเสียงดังคะ

    เป็นได้ทั้งสองสาเหตุ ถ้าเด็กนอนไม่พอก็ย่อมทำให้เด็กหงุดหงิดได้เเละถ้าคนรอบข้างไม่ควบคุมอารมณ์หงุดหงิดง่ายก็จะทำให้เด็กซึมซับพฤติกรรมเหล่านั้นไป
    สิ่งที่เราควรทำเป็นตัวอย่างคือ
    1. ควบคุมอารมณ์ เปิดโอกาสให้ลูกควบคุมอารมณ์ บอกลูกว่าตอนนี้เรายังคุยกันไม่ได้เพราะเดี๋ยวเราจะทะเลาะกัน พอลูกสงบเเล้วเราจะคุยกันนะ
    2. หากลูกร้องโวยวายก้าวร้าวมากเราสามารถเข้าไปกอดเค้าได้ เเตไม่ใช่การเข้าไปกอดแบบโอ๋ แต่แสดงถึงการที่เราไม่ได้ทอดทิ้ง
    3.เมื่อลูกสงบเเล้วค่อยอธิบายเรื่องที่เราขัดใจว่าเพราะอะไร

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Aurawun Kukkik

    เพศ : ชาย
    อายุ : 2ปี 7เดือน
    น้ำหนัก : 14
    สูง : 85
    นมที่ลูกทาน : ไฮคิวชูปเปอร์โกดล์ พัสล1

    ลูกชอบดูยูทูปและผลที่ได้คืิอ คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คืิอว่าพัฒนาการดีไหมค่ะ

    ข้อดี คือ การที่น้องได้ศัพท์ภาษาอังกฤษมากขึ้น แต่ที่เกี่ยวข้องกับสติปัญญาคือ การสื่อสารที่ดี เช่น ถามว่าตอนเช้าทานข้าวกับอะไรแล้วลูกสามารถตอบได้ หากปัจจุบัน น้องยังไม่สามาถสื่อสารได้ แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ ฝึกพูดคุยกับน้องบ่อยๆ จะดีกว่าการดูยูทูป ซึ่งเป็นการสื่อสารทางเดียว

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Aurawun Kukkik

    เพศ : ชาย
    อายุ : 2ปี3เดือน
    น้ำหนัก : 14
    สูง : 85
    นมที่ลูกทาน : ไอคิว ชุปเปอร์โกดล์พัสล1

    -ลูกชอบที่จะตะโกน ไม่เก็บของเล่น เวลาเล่นเสร็จ บ่อยๆไคือว่าลูกมีพฤติกรรม ไม่ดีและจะมีวิธีและแนวทางอย่างไรบ้างค่ะ
    - เทคนิคการเลี้ยงลูกในยุคเทคโนโยลี อย่างไรบ้างค่ะ

    1.พ่อแม่ควรจะต้องใจเย็นเเล้วก็ไม่ตะโกนกลับหรือใช้อารมณ์เพราะจะเกิดการทะเลาะหรือเถียงกันขึ้น
    2. ชักชวนให้ลูกเห็นข้อดีของการเก็บ เช่น ทำให้บ้านเป็นระเบียบ
    3. กระตุ้นให้น่าสนใจ เช่น เล่นด้วยกันกับลูกแล้วเเม่และลูกช่วยกันเก็บ

    พ่อแม่ต้องแน่ใจว่าเราเอาเทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วย เเต่อย่าใช้เทคโนโลยีเป็นตัวหลัก เช่น เราเปิดเพลงภาษาอังกฤษในยูทูป ก็ควรมีปฏิสัมพันธ์กับลูก โดย ร้องเพลงไปกับลูก ไม่เปิดให้ลูกดูจากยูทูปเพียงคนเดียว

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Poyd

    เพศ : หญิง
    อายุ : 1/8
    น้ำหนัก : 11
    สูง : 90
    นมที่ลูกทาน : Hoq supergold

    การสร้างพื้นฐานจิตใจที่แข็งแกร่งให้ลูกน้อยด้วยแนวคิดการเลี้ยงลูกเชิงบวก มีประโยชน์อย่างไร ควรเริ่มที่อายุเท่าไหร่

    การเลี้ยงลูกเชิงบวกหมายความว่าความรับผิดชอบนั้น เช่น ทานข้าว,เก็บของ,อาบน้ำ ฯลฯ ลูกสามารถเข้าใจว่ากิจกรรมนั้นๆ มีประโยชน์กับเขาอย่างไร พ่อแม่จึงควรเพิ่มการอธิบาย และให้เวลา เวลาเขาเติบโตขึ้นเขาจะมองโลกแบบมีวิจารณญาณ สามารถมีสติแก้ปัญหาได้ มองโลกแบบที่ควรจะเป็น ไม่บิดเบือนจากความเป็นจริง ซึ่งคุณแม่สามารถที่จะเริ่มการคิดเชิงบวกได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ พอน้องคลอดออกมา สิ่งที่ลูกสัมผัสได้ คือ แววตา น้ำเสียง เวลาคุณแม่ให้นมลูก ให้พูดคุย สบตาและยิ้ม สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี แนะนำให้คุณพ่อ คุณแม่ เล่นกับน้องให้ได้มากที่สุด พยายามใช้ของเล่นให้น้อยที่สุด

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Kook Vorasate

    เพศ : หญิง
    อายุ : 2/5
    น้ำหนัก : 17.5
    สูง : 92
    นมที่ลูกทาน : ไฮคิว/เอนฟาน

    ลูกมีอารมณ์รุนแรง ไม่ค่อยฟังคำพูดที่สั่ง ชอบกรีดและร้องไหใส่ในเวลาไม่ได้ดังใจมีวิธีแก้ไขได้หรือไม่ ทำอย่างไรได้บ้าง

    คุณต้องเเม่สร้างปฏิสัมพันธ์เชิงบวกให้มากพอ ดังนี้
    1. ทำกิจกรรมกับลูก เเล้วเน้นสื่อสาร ให้ลูกเข้าใจ เช่น กระต่ายวิ่งเร็วแต่ยังแพ้เต่าเลยเพราะกระต่ายนอนหลับนั่นเอง ถ้ากระต่ายไม่นอนหลับกระต่ายก็จะไม่เเพ้
    การกระตุ้นการสื่อสารให้ลูกได้ฟังประโยคยาวๆและเสริมเหตุผลไปมาจะทำให้ลูกเข้าใจเวลาฝึกวินัยมากขึ้น

    2.เมื่อต้นทุนปฏิสัมพันธ์เชิงบวกมากพอแล้ว การสร้างวินัย เราจะไม่เน้นสั่งเเต่จะอธิบายให้ลูกฟังว่าต้องทำเพราะอะไรและมีประโยชน์อย่างไร
    3.เมื่อเราอธิบายเเล้วเราสามารถให้ลูกต่อรองเวลาได้เมื่อลูกยังไม่พร้อมเเต่ไม่ควรต่อรองไปเรื่อยๆ เมื่อครบเวลาเเล้ว ต้องหยุดไม่ควรให้ต่อรองอีก
    4.เมื่อครบเวลาเเล้วลูกไม่ยอม หากลูกร้องกรี๊ดโวยวายก้าวร้าว เปิดโอกาสให้ลูกสงบสติอารมณ์เเล้วค่อยคุยกัน
    หากลูกก้าวร้าวมากให้กอดลูกได้แต่ไม่ใช่การโอ๋ แต่เป็นการแสดงถึงการไม่ทอดทิ้ง

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Tonka

    เพศ : ชาย
    อายุ : 11
    น้ำหนัก : 10.5
    สูง : 75
    นมที่ลูกทาน : Hi-Q Pepti

    คุณแม่สามารถทำปฎิบัติตัวให้ลูกดูอย่างไรได้บ้างค่ะคุณหมอ

    Tonka

    เพศ : ชาย
    อายุ : 11
    น้ำหนัก : 10.5
    สูง : 75
    นมที่ลูกทาน : Hi-Q Pepti

    เด็ก11เดือน สามารถฝึกวินัยได้แล้วใช่มั้ยค่ะคุณหมอ

    1. คุณเเม่ควรมีชีวิตชีวา เพราะความมีชีวิตชีวานั้นจะสามารถสื่อออกมาได้ทาง สายตา เเววตา ท่าทาง เวลาที่เราเล่นจ๊ะเอ๋ เล่านิทาน เเม้ลูกจะฟังไม่เข้าใจทั้งหมด เเต่ลูกก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ดี เเละความใส่ใจในตัวของเขา คุณพ่อคุณเเม่ควรระลึกไว้ว่าถึงเเม้ว่าลูกจะยังไม่เข้าใจคุณเเม่ เเต่สิ่งที่ลูกสนใจคือภาษากายของเรา

    2. สามารถฝึกวินัยให้ลูกได้ในเเง่ของการทำกิจวัตรประจำวันให้เด็กคุ้นชิน เเต่ไม่ใช่การบังคับ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • กรรณิการ์ บุญชูวงศ์

    เพศ : ชาย
    อายุ : 3/6
    น้ำหนัก : 14
    สูง : 95
    นมที่ลูกทาน : ไฮคิว พรีไบโอโพรเทก

    น้องปังปอนด์ตอนนี้เข้าโรงเรียนชั้นอนุบาล 1 แต่น้องมักจะทานข้าวช้า ชอบอมข้าว เขียนหนังสือก็ช้าทั้งที่โรงเรียนและที่บ้านมักจะทำไม่ทันเพื่อน
    แต่เวลาคุณครูสอนมักจะสนใจและตอบคำถามได้ สามารถเข้ากับเพื่อนๆได้ดี ร่าเริง แจ่มใส ชอบเล่น

    ต้องสร้างเเรงจูงใจกับกิจกรรมบนโต๊ะ ของน้องปังปอน ชวนลูกเล่นต่อตัวต่อ จิ๊กซอว์ ปั่นเเป้ง ระบายสี ให้บ่อยขึ้น โดยเน้นการเชียร์หรือชื่นชม เช่น ต่อตัวต่อได้เเล้วเก่งจังเลย โอ้โห้ฟ้าสีสวยจัง ไม่ควร บ่น ตำหนิ หรือ เซ้าซี่ เช่น เร็วๆหน่อยสิ ทำได้เเล้ว ช้าอยู่นั่นเเหละ เพราะคำพูดเหล่านี้ จะทำให้น้องไม่อยากทำมากขึ้น

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Chintana Wannapraka

    เพศ : ชาย
    อายุ : 1/4
    น้ำหนัก : 11
    สูง : 75
    นมที่ลูกทาน : ไฮคิว 1พลัส ซุปเปอร์โกลด์ ซินไบโอโพรเทก สูตร3

    อยากทราบวิธีการสอนลูก ในเรื่องการช่วยเหลือตัวเองค่ะ
    เช่นการสอนลูกให้กินข้าวเอง ปวดอึปวดฉี่ให้บอกแม่ได้ ลูกชายขวบสี่เดือนแล้วค่ะ ยังทำเรื่องดังกล่าวไม่ได้เลยค่ะ แม่กลุ้มใจค่ะ

    วิธีฝึกการรับประทานอาหาร
    1. คณแม่คุณพ่อควรนั่งรวมโต๊ะกับลูกและทานไปพร้อมๆกับลูก คอยชวนลูกให้ทานอาหารในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
    2. กระตุ้นให้ลูกใช้ช้อนตักอาหารเอง และคุณพ่อคุณแม่ควรมีอีกช้อนไว้คอยป้อนลูกด้วย เพราะการที่ลูกตักเองนั้นไม่สามารถทานเองได้หมด
    3. อนุญาตให้ลูกใช้มือหยิบอาหาร บางชนิดที่ลูกใช้ช้อนตักไม่ถนัด เช่นสปาเก็ตตี้,แครอทต้ม เป็นต้น
    4. พยายามพูดคุยชวนลูกให้ทานอาหารในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ชมเมื่อลูกตักอาหารทานเองได้
    5. ไม่บีบบังคับหรือดุ เพราะจะทำให้เด็กไม่ตระหนักว่าการตักอาหารทานเองเป็นหน้าที่ของเขา

    วิธีการฝึกปัสสาวะ
    1. เด็กต้องสมัครใจไม่ต่อต้าน และห้ามบังคับ
    2. เด็กต้องมีทักษะการฟัง การสื่อสารและเข้าใจในสิ่งที่เราบอกได้
    3. คุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งเวลาประมาณ 2-3 ชม. และพาลูกไปปัสสาวะเพื่อให้ลูกเข้าใจว่าถึงเวลาปัสสาวะแล้ว

    วิธีการฝึกการถ่ายอุจจาระ
    คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตุว่าน้องมักจะอุจจาระเวลาไหน เพื่อยึดเวลานั้นเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่อาการปวดอุจจาระมักจะเกิดขึ้นหลังการทานอาหาร
    เช่น หลังอาหารเช้าให้ลูกไปอุจจาระ โดยไม่บังคับเด็ก เมื่อคุณพ่อคุณแม่ฝึกอย่างสม่ำเสมอ เด็กจะชินกับการอุจจาระเป็นเวลา สุดท้ายแล้วลูกจะสามารถบอกได้เองว่าเขาจะอุจจาระหรือปัสสาวะเวลาไหนเมื่อเขาพร้อม

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • ใจกลางความ รู้สึกดีดี

    เพศ : ชาย
    อายุ : 1ปี7เดือน
    น้ำหนัก : 10
    สูง : 75
    นมที่ลูกทาน : ดูแมกซ์

    ลูก1ปี7เดือน พูดไม่เป็นคำ แต่ทำตามคำสั่งได้ทุกอย่าง ถือว่าพัตนาการช้าไหมค่ะ พอมีวิธีทำให้ลูกเร็วขึ้นไหมค่ะ

    พัฒนาการของน้องช้าค่ะ วิธีการกระตุ้นการสื่อสาร ทำได้โดย
    1. ทุกครั้งที่จะกระตุ้นให้ลูกพูด ต้องสบตาจากนั้นให้พูด ช้าๆ ชัดๆ เช่น น้ำ ไป
    2. พ่อเเม่ควรกระตุ้นให้ลูกพูดบ่อยๆ เเต่ไม่ใช่บังคับ
    3. เมื่อสบตาเเละพูดช้าๆ ชัดๆ เป็นตัวอย่างบ่อยๆ เเล้ว ลูกจะเปล่งเสียงออกมาได้เอง
    บ่อยครั้งที่เด็กไม่พูด เพราะถูกบังคับให้พูด ดังนั้นการกระตุ้นคือการให้เด็กทำบ่อยๆ ไม่ใช่การบังคับ
    สุดท้าย ถ้าทำเเล้ว 1-2 สัปดาห์ ยังไม่ดีขึ้นให้พบเเพทย์

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Mamy's TermTem

    เพศ : ชาย
    อายุ : 1ปี3วัน
    น้ำหนัก : 9.250
    สูง : 76
    นมที่ลูกทาน : นมแม่

    พ่อแม่ สามารถช่วยสร้างพื้นฐานจิตใจ ให้ลูกได้อย่างไรบ้างคะ

    1.ลูกต้องมีความั่นใจในตัวเอง แปลว่าลูกต้องช่วยเหลือตัวเองเป็น
    2.ลูกต้องมีความนับถือตนเองนั่นหมายความว่าพ่อแม่ต้องชื่นชมในสิ่งที่ลูกเป็น ให้ลูกรับรู้
    3.ลูกต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองเป็น เมื่อเจอวิกฤติลูกก็จะได้ฟันฝ่ามันได้
    เด็กที่จะคิดบวกได้นั้น พ่อแม่ต้องคิดบวกด้วย เวลาสร้างวินัยให้ลูกพ่อแม่ไม่ควรใช้วิธีการขู่หรือกระตุ้นให้ลูกมองเห็นแต่ผลลัพธ์เชิงลบ เช่น ถ้าลูกไม่ตื่นลูกจะไปโรงเรียนสาย ถ้าลูกไม่กินข้าวลูกก็จะตัวเล็ก

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Bow Nattamon

    เพศ : หญิง
    อายุ : 3
    น้ำหนัก : 14
    สูง : 110
    นมที่ลูกทาน : Hiqsupergold

    ลูกไปโรงเรียนโดนเพื่อนแกล้งเอาของไป จะสอนเด็กยังไงดีค่ะว่าควรทำยังไง

    1.เด็กที่เอาของไปก็เป็นเด็กเหมือนกันบางทีเด็กคนนั้นอาจจะไม่ได้แกล้งพ่อแม่ควรรู้ข้อมูลก่อนที่จะสอนเด็ก
    2.ถ้าเพื่อนคนนั้นเค้าหยิบของไปโดยที่ไม่บอกเพราะอยากเล่นเเต่ไม่ใช่แกล้ง เราก็บอกลูกว่าให้ พูดกับเพื่อนว่า '' ยังเล่นไม่เสร็จอย่าเอาไป ''
    3.กรณีที่ลูกเราถืออยู่ในมือเเล้วเพื่อนคว้าจากมือเพราะอยากเอาไปเล่น ให้เราบอกลูกว่า ให้พูดเสียงดังว่า '' อย่าเเย่ง '' เสียงที่ดังขึ้นของเด็กจะทำให้เพื่อนอีกคนชะงักไป เเละคุณครูอาจจะได้ยินเเละเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้
    4.อย่าเพิ่งเหมาว่าเพื่อนแกล้งโดยที่เด็กยังไม่รู้ว่าแกล้งคืออะไร เพราะเด็ก 3 ขวบยังไม่เข้าใจ เด็กอาจจะมองโลกบิดเบือนจากความจริง จะทำให้แก้ปัญหาไม่ถูกต้อง

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Numchoke Nantaya Sitthichoke

    เพศ : ชาย
    อายุ : 2/10
    น้ำหนัก : 14
    สูง : 95
    นมที่ลูกทาน : hi q แบบกล่อง (พี่) hi q ha1 (น้อง)

    คุณแม่มีลูกชายสองคน คนโต 2 ขวบ 10 เดือน คนเล็ก 6 เดือน พี่มักจะอ้อนๆเวลาที่แม่ดูแลน้องบางครั้งอาบน้ำให้น้องก่อนแล้วอาบคนพี่ พี่อาบเสร็จแล้วก็จะไม่ยอมใส่เสื้อผ้าร้องไห้งอแง แม่อุ้มน้องพี่ก็อยากให้แม่อุ้มบ้าง คุณหมอช่วยให้คำแนะนำคุณแม่ที่มีลูกวัยใกล้เคียงกันด้วยนะคะ ขอบคุณคะ

    เด็กต้องการให้พ่อเเม่เเสดงความรัก เวลาที่คุณเเม่อุ้ม อาบน้ำให้ ก็ตีความว่ารัก พอเราไม่สามารถทำให้กับน้องคนโตได้ และเด็กมองเห็นว่าเราทำให้กับน้องคนเล็ก ทำให้มองว่าแม่ไม่รัก สิ่งที่คุณพ่อคุณเเม่ทำได้ คือ การชื่นชมใส่ใจ ซึ่งเป็นการแสดงความรักอย่างหนึ่งที่ลูกสัมผัสได้ ซึ่งเราควรทำอย่างสม่ำเสมอก่อนที่จะกิดปัญหา ใช้คำพูดชื่นชมใส่ใจพี่คนโต ตามพัฒนาการของลูก เช่น ใส่เสื้อผ้าเองได้เก่งมมกเลยลูก ช่วยเเม่หยิบของให้น้องด้วยน่ารักมากเลย ถ้าคุณพ่อคุณเเม่ทำเเบบนี้ ลูกทุกคนก็ยังได้รับความรักจากคุณพ่อคุณเเม่ เมื่ออุ้มน้องคนเล็ก เเล้วพี่จะเข้ามาเเย่ง มาเเกล้งน้อง ไม่ควรตำหนิว่าดื้อ เพราะจะทำให้ลูกคิดว่าเเม่ไม่รัก ให้คุณเเม่ชื่นชมลูกก่อน เเล้วบอกพี่คนโตว่า เเม่ยังอุ้มหนูไม่ได้ เพราะต้องดูเเลน้อง การทำเเบบนี้ จะทำให้เด็กเห็นว่าคุณเเม่ยังรักเเละยังเอาใจใส่เขาอยู่

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • แม่ฝ้าย น้องโฟม

    เพศ : ชาย
    อายุ : 8
    น้ำหนัก : 8
    สูง : -
    นมที่ลูกทาน : นมแม่

    ตอนนี้ลูกได้8เดือนกว่าแล้วคะบางครั้งคุณแม่ไปทำงานกลับมาก็ค่ำละ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาเล่นกับลูก น้องก็จะอยู่กับปู่ย่าเป็นส่วนใหญ่แต่เราไม่ชอบวิธีการสอนของปู่ย่าเพราะชอบเปรียบเทียบกันว่าคนนั้นเก่งไม่เก่งคุณแม่กลัวว่าถ้าเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นมากๆกลัวเค๊าจะมีปัญหาในอนาคตจะมีวิธีบอกเขายังไงคะ

    คุณแม่ใจเย็นๆ สร้างต้นทุนปฏิสัมพันธ์เชิงบวกไว้ก่อนดีกว่า โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้
    1. เล่นจ๊ะเอ๋กับลูกบ่อยๆโดยเน้นฟัง และสบตา่
    2. คุณแม่ต้องมีเพลงไว้ให้ลูกไม่ต่ำกว่า 10 เพลง เพื่อกระตุ้นความสนใจจากลูก
    3. หากลูกไม่สนใจที่จะเล่นกับคุณแม่ แต่สนใจของเล่นมากกว่า นั้นแปลว่าลูกขาดการมีปฎิสัมพันธ์กับคน ควรทำตามข้อ 1-2 ให้ต่อเนื่อง 20-30 นาที/ครั้ง
    และสุดท้ายเด็กวัยนี้สามารถชี้สิ่งของที่อยู่พบเห็นบ่อยๆได้เช่น นาฬิกา,นก,ตุ๊กตาหมี เราจึงควรกระตุ้นให้เด็กรู้จักกับสิ่งต่างๆรอบตัวเพื่อเป็นต้นทุนปฎิสัมพันธ์ในอนาคต

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • แม่ฝ้าย น้องโฟม

    เพศ : ชาย
    อายุ : 8
    น้ำหนัก : 8
    สูง : -
    นมที่ลูกทาน : นมแม่

    พอดีหลานอายุ6ขวบน้องซนมากแต่อยู่กับปู่ย่าเวลาหลานซนไม่เชื่อฟังย่าก็จะบอกว่าทำไมไม่เชื่อฟังอย่าให้รำคาญนะ ถ้ารำคาญมากๆเดี๋ยวจะพาไปปล่อยละ เราจะมีวิธีพูดยังไงคะทำให้เด็กไม่มีปัญหาในอนาคต (เพราะลูกของคุณแม่ก็ต้องอยู่ด้วยกันกับหลานคะ)

    1.ควรให้กำลังใจคุณปู่คุณย่าที่เลี้ยงหลานแล้วเหนื่อย
    2.ถามคุณปู่คุณย่าว่ามีพฤติกรรมตรงไหนที่ปู่กับย่าอยากให้มีคนเข้ามาช่วย ทั้งนี้เพราะผู้สูงอายุหลายครั้งก็เหน็ดเหนื่อยกับตนเองมากจนไม่สามารถที่พูดคุยกับหลานได้อย่างไม่ใช้อารมณ์
    3.ถ้าเป็นไปได้พ่อแม่ควรหาตัวช่วยเพื่อให้ปู่กับย่าไม่เหนื่อยจนเกินไปจนถึงกับต้องดุหลาน หมอเชื่อว่าปู่กับย่าไม่ได้รู้สึกว่าจะปล่อยหลานจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับหลานยังไง
    4.ควรให้พ่อแม่ของเด็ก 6 ขวบ ทำวินัยเชิงบวก เพื่อให้เด็กเชื่อฟังคนมากขึ้น และลดความซนลง
    5.ถ้าเด็กฟังประโยคนี้ของปู่ย่าบ่อยๆแล้วไม่สบายใจให้เราบอกกับเด็กว่าปู่ย่าไม่ได้คิดจะทำอย่างนั้นเพียงแต่ว่าเค้าเหนื่อยจนเกินไป เพื่อให้เด็กรู้สึกว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้งและเป็นภาระ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • วรรณนิภา คงดอนทอง

    เพศ : หญิง
    อายุ : 1 ปี 1 เดือน
    น้ำหนัก : 14.5
    สูง : 71.6
    นมที่ลูกทาน : นมแม่

    สวัสดีค่ะคุณหมอ
    จากหลักการของการเลี้ยงลูกเชิงบวก คือ การสอนแทนการทำโทษ ใช้ความรักความเข้าใจแทนคำขู่ ถ้ายกตัวอย่าง เช่น ลูกได้ทำความผิดแล้วทำให้พ่อแม่โกรธและโมโหมากๆ พ่อแม่จะมีวิธีจัดการกับอารมณ์ของเราได้อย่างไรคะ
    ขอบคุณค่ะ

    1. มองเข้าไปในเเววตาลูก เเล้วบอกกับตัวเองว่าเขาไม่อยากดื้อ
    2. ถ้าเราเดินออกมาได้ ให้เดินออกมาเพื่อหลีกเลี่ยงการระเบิดอารมณ์
    3. ถ้าเดินออกไปไม่ได้เพราะลูกมีความกังวลกับการเเยกจาก ให้ก้มลงเเละกอดลูกเเทน เเล้วพูดกับตัวเอง ซ้ำๆ ว่า เเม่รักลูก เเม่รักลูก เพื่อจะได้ดึงสติตัวเองกลับมาว่าที่ เราอยากสั่งสอนเขา เพราะเรารักเขา
    สุดท้ายหมั่นสร้างทุนปฏิสัมพันธ์เชิงบวกเมื่อลูกสื่อสารได้มากขึ้นจะดื้อน้อยลง

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • สุภาพร

    เพศ : ชาย
    อายุ : 3ปี
    น้ำหนัก : 15
    สูง : 100
    นมที่ลูกทาน : ไฮคิวยูเอชที

    อยากทราบว่าพ่อแม่และทุกๆคนในครอบครัวจะช่วยสร้างพื้นฐานจิตใจของเจ้าตัวน้อยให้แข็งแกร่งได้ด้วยวิธีใดบ้างค่ะ

    1.ทุกคนในบ้านที่อยู่กับเด็กสามารถช่วยพื้นฐานจิตใจของเด็กได้อย่างแน่นอน สิ่งที่ผู้ใหญ่ทุกควรทำคือ เมื่อมีเวลาว่างควรเข้าไปมีปฎิสัมพันธ์กับเด็กด้วยสีหน้าแววตาที่ชื่นชม ไม่แนะนำให้เข้าไปแหย่เด็ก หรือทำให้เด็กมีอารมณ์หงุดหงิด
    2.กรณีถ้าเราต้องฝึกวินัยลูก ให้เก็บของเล่น อาบน้ำ แปรงฟัน ผู้ใหญ่ ทุกคนควรทำไปในทิศทางเดียวกัน
    3.กรณีผู้ใหญ่ในบ้านมีความขัดแย้งในการเลี้ยงดูเด็ก ควรที่จะมาคุยกันเอง โดยไม่ทะเลาะกันให้เด็กเห็น ไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะด้วยอารมณ์ หรือน้ำเสียง เพราะเด็กอาจจะซึมซับและแก้ไขสิ่งต่างๆ ด้วยอารมณ์
    4.สุุดท้ายเเล้วเมื่อเด็กเอาเเต่ใจ เราอธิบายให้ฟังเเล้วลูกยังไม่สนใจที่จะควบคุมอารมณ์ เราก็ควรปล่อยให้เด็กควบคุมอารมณ์ด้วยตนเอง ผู้ใหญ่คนอื่นไม่ควรเข้าไปแทรกแซง ไม่ควรไปอุ้มออกมา เพราะจะทำให้เด็กเกิดการไม่เคารพอีกคนได้

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Art Theerapong

    เพศ : ชาย
    อายุ : 3ปี
    น้ำหนัก : 15
    สูง : 100
    นมที่ลูกทาน : ไฮคิวยูเอชที

    พ่อกับแม่ และคนในครอบครัว สามารถสร้างพื้นฐานจิตใจที่แข็งแกร็งให้ลูกน้อยด้วยการเลี้ยงลูกเชิงบวก ได้ด้วยวิธีใดบ้างครับ

    1.ทุกคนในบ้านที่อยู่กับเด็กสามารถช่วยพื้นฐานจิตใจของเด็กได้อย่างแน่นอน สิ่งที่ผู้ใหญ่ทุกควรทำคือ เมื่อมีเวลาว่างควรเข้าไปมีปฎิสัมพันธ์กับเด็กด้วยสีหน้าแววตาที่ชื่นชม ไม่แนะนำให้เข้าไปแหย่เด็ก หรือทำให้เด็กมีอารมณ์หงุดหงิด
    2.กรณีถ้าเราต้องฝึกวินัยลูก ให้เก็บของเล่น อาบน้ำ แปรงฟัน ผู้ใหญ่ ทุกคนควรทำไปในทิศทางเดียวกัน
    3.กรณีผู้ใหญ่ในบ้านมีความขัดแย้งในการเลี้ยงดูเด็ก ควรที่จะมาคุยกันเอง โดยไม่ทะเลาะกันให้เด็กเห็น ไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะด้วยอารมณ์ หรือน้ำเสียง เพราะเด็กอาจจะซึมซับและแก้ไขสิ่งต่างๆ ด้วยอารมณ์
    4.สุุดท้ายเเล้วเมื่อเด็กเอาเเต่ใจ เราอธิบายให้ฟังเเล้วลูกยังไม่สนใจที่จะควบคุมอารมณ์ เราก็ควรปล่อยให้เด็กควบคุมอารมณ์ด้วยตนเอง ผู้ใหญ่คนอื่นไม่ควรเข้าไปแทรกแซง ไม่ควรไปอุ้มออกมา เพราะจะทำให้เด็กเกิดการไม่เคารพอีกคนได้

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • นุ้ย นุ้ย

    เพศ : หญิง
    อายุ : 5 ขวบ 2 เดือน
    น้ำหนัก : 16
    สูง : 95
    นมที่ลูกทาน : UHT ทานได้ทุกยี่ห้อคะ

    ตอนนี้ลูกมีปัญหาเกี่ยวกับการ "ทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด" ชอบโทษคนนู้นคนนี้ คุณแม่พยายามสอนและคอยบอกคะ ขนาดที่ รร. คุณครูยังเม้มปัญหาเดียวกันคะ จะสอนเค้าแบบไหนดีคะ คุณหมอช่วยแนะนำหน่อยคะ ขอบคุณคะ

    เด็กที่ทำผิดและไม่ยอมรับผิดก็เพราะว่าเเต่ละวันมีแต่คนจับผิดและเด็กอาจกลัวการลงโทษ
    การแก้ปัญหาระยะยาว คือการกระตุ้นให้เด็กได้พัฒนาศักยภาพของเค้าและชื่นชมเค้าให้เค้ารู้สึกว่าเราจับถูกมากกว่าจับผิด กรณีที่ลูกทำผิดไปแล้วและไม่ยอมรับผิดไม่ควรตำหนิต่อว่าจนลูกกลัว แต่ให้ใช้ความเข้าใจโดยพูดกับลูกว่า แม่รู้ว่าหนูกลัวถ้าต้องบอกความจริง แต่แม่อยากรู้ว่า แม่จะช่วยหนูแก้ปัญหานี้ยังไง แม่จึงอยากรู้ข้อมูลทั้งหมดเพื่อจะได้ช่วยแก้ปัญหากันได้ ท่าทีที่เข้าใจและไม่จับผิด รวมทั้งพยายามที่จะช่วยเหลือเค้าจะทำให้เด็กผ่อนคลายและกล้าเล่ามากขึ้น นอกจากนี้ต้องดูทักษะการแก้ปัญหาของลูกด้วย เพราะเด็กอาจจะไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาเรื่องที่ทำผิดนี้อย่างไร จึงทำผิดซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า เมื่อแม่ปรับการเลี้ยงดู และมีท่าทีช่วยเหลือเพื่อฝึกลูกแก้ปัญหาโดยวิธีอื่นเเล้ว ภายใน 1-2 เดือน ลูกควรจะดีขึ้นดังนั้นตอนนี้ยังไม่เน้นการลงโทษ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Watcharakorn Boontaweeskul

    เพศ : หญิง
    อายุ : 2ปี10เดือน
    น้ำหนัก : 13
    สูง : 90
    นมที่ลูกทาน : ดีน่างาดำน้ำตาลน้อย

    ลูกไม่ชอบเก็บของเล่นและจะชอบท้าทายเวลาจะลงโทษ เช่น ถ้าไม่เก็บของเล่นบอกลูกว่าจะเอาไปบริจาค ลูกก็จะพูดว่าเอาบริจาคเลยค่ะม่าม้า ปล.ข้อมูลเพิ่มเติมช่วงกลางวันจะมีปู่ย่าตายายช่วยเลี้ยง ซึ่งจะช่วยหลานเก็บของเล่นเกือบตลอด แต่ถ้าอยู่กับพ่อแม่จะให้เก็บเอง เก็บเองบ้างบังคับบ้าง อยากให้มีวินัยเรื่องเก็บของเล่นและไม่พูดท้าทาย ควรทำอย่างไรดีคะ

    ลูกของเเม่ต้องการมีส่วนรวม ไม่ควรให้เขาคิดว่าเรายึดถือกติกา เเล้วเขาต้องทำตามกติกาเท่านั้น บอกลูกว่าเเม่อยากให้หนูเก็บของเล่น เพราะครั้งต่อไปจะได้หาง่าย เเละของเล่นก็จะไม่กระจายเต็มพื้นด้วย ต่อมาให้ตัวเลือกลูกว่า เเม่จะช่วยเก็บกองนี้ ลูกจะเก็บกองไหน การถอยเพื่อที่จะให้ลูกรู้สึกว่าเขามีส่วนร่วมในการเก็บของ จะทำให้อยากทำมากขึ้น เมื่อลูกเริ่มลงมือเก็บที่ละชิ้น ทีละชิ้น ให้เราชื่นชมลูกเป็นระยะ เช่น ดีจังเลยของเล่นลงกล่องทีละชิ้น ทีละชิ้น เเล้ว การชื่นชมเป็นระยะๆ เป็นการทำให้เด็กมีกำลังใจจนเก็บของเล่นได้หมด ดีกว่าการชื่นชมครั้งเดียวที่เก็บของหมดเเล้ว ในเด็กที่กำลังกังวลว่าทำไม่ได้ มักจะไม่ค่อยลงมือทำในกิจกรรมที่ดูว่าเยอะ ดังนั้นลูกคุณเเม่ควรได้รับคำชมเป็นระยะๆ ตามกิจกรรมที่ทำจริง ไม่เเนะนำให้ใช้การขู่ว่าจะเอาไปบริจาค เพราะจะทำให้ลูกเถียงเก่งมากขึ้น

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Muawon

    เพศ : หญิง
    อายุ : 2/7
    น้ำหนัก : 11
    สูง : 89
    นมที่ลูกทาน : พรีเดียร์ชัวร์

    ลูกสาวเป็นลูกคนแรก ปัญหาที่พบคือ
    เวลามีน้องมาเล่นที่บ้านจะชอบพูดว่าหนูจะเอาน้องไปขัง จะทำน้องตกบันได จะผลักน้องให้หัวแตก (พูดแต่ไม่ได้ทำนะคะ)ซึ่งไม่คิดว่าลูกจะคิดขนาดนี้ทั้งที่พ่อแม่ไม่เคยพูดให้ได้ยิน
    เวลาของเล่นพัง จะชอบบอกว่าคนอื่นทำพัง(ส่วนใหญ่จะเป็นเฉพาะกับคนที่อายุน้อยกว่า)
    ไม่ทราบว่าพฤติกรรมคิดลบหรือเปล่าคะ กังวลว่าโตขึ้นจะทำร้ายคนอื่น และมองโลกในแง่ร้ายค่ะ
    ขอความกรุณาขอคำปรึกษาจากคุณหมอด้วยค่ะ

    เข้าใจว่าลูกสาวคงไม่ชอบเล่นกับน้องเลยทำให้พูดแบบนั้น คุณแม่เข้าใจถูกแล้วว่าเด็กไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ คุณแม่ควรหาสาเหตุว่าเพราะอะไรลูกถึงไม่ชอบเล่นกับน้องเพื่อช่วยลูกแก้ปัญหา เช่น ลูกไม่ชอบเล่นกับน้องเพราะต้องคอยยอมน้องบ่อยเกินไปหรือเปล่า ถ้าเราช่วยลูกแก้ปัญหาโดยให้ลูกตัดสินใจแบ่งบ้างไม่แบ่งบ้าง เพื่อให้ลูกได้เข้าใจว่าเหตุผลคืออะไรและมีความรู้สึกว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ด้วยตัวเองได้บ้าง ความอึดอัดที่ต้องเล่นกับน้องก็จะลดลง ก็จะลดคำพูดเหล่านั้นได้
    พ่อแม่ควรสำรวจคำพูดที่เราพูดกับลูก ที่บ้านอาจจะเน้นสั่งสอนมากจนไม่ทันได้เน้นที่การชื่นชมให้เท่ากัน เด็กจึงมีลักษณะพูดต่อต้านแบบนี้ ดังนั้นพ่อแม่ควรหันกลับมาทำกิจกรรมกับเด็กเพื่อที่จะได้มีเรื่องที่จะชื่นชมลูกได้มากขึ้น

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Daizuke Pk

    เพศ : ชาย
    อายุ : 2 ปี 5 เดือน
    น้ำหนัก : 12
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : นมถั่วเหลือง

    ลูกชายเป็นคนชอบเล่นผาดโผนมากค่ะ ชอบเล่นต่อสู้ ชอบซุปเปอร์ฮีโร่มีตุ๊กตาซุปเปอร์ฮีโร่ไว้เล่นต่อสู้กับพี่ชาย (พี่ชาย 4 ขวบ 7 เดือน) เวลาไม่ได้ดั่งใจก็จะระบายอารมณ์ด้วยการต่อสู้ค่ะ แม่แอบกังวลว่าโตไปเค้าจะใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา คุณหมอมีแนวทางแนะนำอย่างไรบ้างคะ

    1. ฉากการต่อสู้ หรือการคลุกคลี่กับความรุนเเรงจะทำให้เด็กเคยชินได้ จึงควรลดลงเเละกระตุ้นให้พี่กับน้องทำกิจกรรมโลดโผนเเละรุนเเรงลดลง เช่น ชวนลูกต่อจิ๊กซอว์ ระบายสี
    2. เมื่อเด็กมีอารมณ์เเละระบายออกด้วยความรุนเเรง พ่อกับเเม่ควรเข้าไปกอดลูกเเละเเสดงท่าทีเข้าใจบอกว่าเเม่นั้นเข้าใจว่าลูกโมโหได้ เเต่ลูกก้าวร้าวรุนเเรงไม่ได้ จนลูกสงบลง จึงอธิบายเหตุผลของเรื่องเมื่อสักครู่นี้

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Watcharakorn Boontaweeskul

    เพศ : หญิง
    อายุ : 2ปี10เดือน
    น้ำหนัก : 13
    สูง : 90
    นมที่ลูกทาน : ดีน่างาดำน้ำตาลน้อย

    เวลาสอนอะไรใหม่ให้ลูกจะบอกว่าทำไม่ได้ ช่วยทำให้หน่อย เช่น ระบายสีหรือวาดรูป วาดสักพักก็จะบอกม่าม้าทำให้หน่อยหนูวาดไม่เป็น ทำไม่ได้หนูยังเล็ก พอช่วยหลังจากนั้นจะไม่ทำเองเลย จะบอกม่าม้าวาด ระบายสีรูปนั้นรูปนี้ให้หน่อยอยากให้ลูกมีความพยายามในการลองทำสิ่งใหม่ ควรฝึกอย่างไรดีคะ

    คุณแม่ควรบอกตัวเองก่อนว่าการวาดรูปคือความสุขที่ได้วาดรูปร่วมกัน ไม่เน้นว่าทำได้ ไม่เน้นว่าทำไม่ได้ ไม่เน้นเสร็จ ไม่เน้นว่าต้องสวย
    เมื่อเราเปลี่ยนความสนใจมาที่การเล่นมากกว่าผลงาน ก็จะทำให้ลูกสบายใจในการวาดรูปมากขึ้น ระหว่างวาดรูปเราควรออกเสียงเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเพลิดเพลิน
    เช่น แม่วาดเส้นยาวๆเลย,แม่เห็นหนูวาดผมด้วย เป็นต้น การใช้เทคนิคพูดพากษ์โดยไม่ตัดสินว่าเป็นอะไร สวยหรือไม่สวย จะทำให้สบายใจมากขึ้น

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • โจ้

    เพศ : ชาย
    อายุ : 4 ปี 7 เดือน
    น้ำหนัก : 14
    สูง : 100
    นมที่ลูกทาน : นมถั่วเหลือง

    ลูกชายมีลักษณะที่เราชอบเรียกกันว่าอินดี้ค่ะ คือเค้าทำอะไรหรือจะให้ความร่วมมืออะไรเค้าจะทำตามเหตุผลของเค้าเป็นหลัก ที่จริงแล้วไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะบางครั้งเรารู้สึกว่าขำๆ ด้วยซ้ำ แต่เพิ่งจะมามีปัญหากับการเรียน คือเค้าอ่านหนังสือได้แต่พอคุณครูบอกให้อ่าน เค้าก็ทำเสียงในลำคอไม่อ่านออกเสียงออกมา แต่พอจะเดาออกได้ว่าเป็นคำที่ถูกต้องบ้างเลยให้แค่พอผ่าน เวลากลับมาบ้านอ่านออกเสียงได้ค่ะ ... เราจะมีวิธีสอนลูกอย่างไรให้ทำในสิ่งที่จะต้องทำ ไม่ใช่ทำแต่ตามอารมณ์ของตนเองได้บ้างคะ

    1.พ่อแม่ต้องหมั่นอธิบายเหตุผลที่เป็นกลาง และเหตุผลของคนอื่นมากกว่าเหตุผลของตัวลูกเองบ่อยๆ เช่นถ้าลูกไปแปรงฟันตอนนี้เราจะเหลือเวลามากขึ้นที่จะดูนิทานและแม่ที่จะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นด้วย การให้เหตุผลและความรู้สึกของผู้อื่นเป็นสิ่งที่เราต้องหมั่นพูดให้ลูกได้ยินบ่อยๆ เพื่อให้ลูกรู้ถึงการเอาใจเขามาใส่ใจเรามากขึ้น
    2. พ่อแม่ต้องฝึกวินัยเชิงบวก โดยสร้างกติกาและทำให้เกิดขึ้นจริง โดยเน้นที่ลูกต้องทำตามกติกา ไม่ตามใจเมื่อลูกต่อรองเพื่อให้ได้สิ่งที่ลูกต้องการ
    เมื่อทำทั้งข้อ1และข้อ2 เด็กก็ลดข้ออ้างของตัวเองลง และปรับตัวให้เข้าใจความรู้สึกของคนอื่นเป็น

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Jeabjung

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ลูกชายอายุ 12 ปี บุคคลิกเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยพูด เราควรทำอย่างไรเพื่อให้เค้ายอมพูดกับเราในสิ่งที่เค้าคิดอยู่ หรือต้องการ บางครั้งถามเยอะลูกเหมือนรู้สึกอึดอัด ไม่ตอบและใช้การพยักหน้า หรือส่่ายหน้าแทน

    เราต้องสร้างสะพานเพื่อเชื่อมโยงกับเค้าให้มากขึ้น โดยพยายามเข้าไปคลุกคลีกับลูกเพื่อที่จะได้รู้จักลูกผ่านกิจกรรมที่เค้าทำ ชวนลูกคุยในกิจกรรมที่ลูกกำลังทำอยู่นั้นโดยหลีกเลี่ยงการตั้งคำถาม เด็กที่อึดอัดเวลาที่แม่ถามเยอะๆ บ่อยครั้งที่เค้ารู้สึกว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจ พ่อแม่ไม่อ่านเค้า และเค้าเบื่อที่จะต้องคอยตอบ เมื่อเราคลุกคลีเเละทำกิจกรรมกับลูก เราจะรู้จักลูกผ่านกิจกรรมที่เค้าทำ และลดคำถามลง การชวนคุย เช่น ถ้าลูกกำลังวาดรูประบายสีอยู่ ก็เข้าไปคุยกับลูกว่า แม่เห็นลูกวาดทะเลกับต้นไม้บ่อยๆ ลูกคงชอบทะเลกับต้นไม้ เเม่ก็ชอบทะเลเหมือนกัน ดังนั้นการเชื่อมความสัมพันธ์กับเด็กวัยรุ่นจำเป็นจะต้องพูดคุยในสิ่งที่เค้าสนใจ โดยเน้นการพูดคุยมากกว่าการถาม เเละเมื่อรู้ลูกรู้สึกว่า เเม่อ่านเค้าได้เเม่เข้าใจเค้าได้ ลูกก็จะเล่ามากขึ้น

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • nuni

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : 1 ปี
    น้ำหนัก : 10
    สูง : 70
    นมที่ลูกทาน : ดูเม็กซ์โกพลัส

    การที่คุณแม่ให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเองในทุกเรื่อง ให้ลูกตัดสินใจเองในการเล่นของเล่นโดยมีคุณแม่อยู่ข้างๆ แบบนี้จะทำให้เด็กแข็งแกร่งในด้านความคิดและร่างกายไหมคะ

    ไม่เสมอไป เพราะเด็ก 1 ปี ยังตัดสินใจเล่นของเล่นโดยใช้วิจารณญาณน้อยแต่ใช้ความอยาก ไม่อยากเป็นที่ตั้ง เช่น หากปล่อยให้ลูกตัดสินใจเอง ลูกจะเลือกของเล่นที่กดปุ่มแล้วมีเสียง ร้องรำ ทำเพลงมากกว่าเกมส์หยอดบล็อกไม้ ซึ่งช่วยฝึกสมาธิและทักษะการแก้ปัญหา ดังนั้นพ่อแม่ควรฝึกสมาธิและพัฒนาทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ซึ่งจะจะเป็นทักษะในการใช้ช้อนตักอาหาร ส่วนคุณแม่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ควรส่งเสียงชื่นชมและแนะนำสอนหรือช่วยเมื่อลูกติดขัดด้วย

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • พัฒน์ธนันตร์ ศรีกระจ่าง

    เพศ : หญิง
    อายุ : 1/4
    น้ำหนัก : 13
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : เอาฟาเอพลัส

    ตอนนี้ลูกสาวอายุขวบครึ่ง ควรให้ลูกหัดทำอะไรบ้างคะ แล้วถึงวัยที่เราจะให้เค้าดูโทรทัศน์ได้รึยัง ตอนนี้เตรียมซีดีที่เสริมความรู้ไว้ ควรให้เค้าดูตอนอายุเท่าไหร่คะ แล้วการสอนเพื่อเตรียมอ นุบาลควรเริ่มสอนตอนกี่ขวบ รบกวนถามนอกเรื่องคะ คือตั้งแต่เกิดมาลูกไม่เคยป่วยเลย ฉีดวัคซีนก็มีไข้บ้างแต่กืนยาที่ให้มาก็หาย ยายบังคับให้ทำประกันปีละ24000 เข้าปีที่สองแล้ว ยังไม่เคยใช้สิทธิเลย แม่ค่อนข้างเสียดายเงินคะ ถ้าปีหน้าไม่ทำ โอกาสที่เข้าโรงเรียนแล้วเค้าจะป่วยหนักๆ มีไม๊คะ ตัวแม่เองคิดว่าขนาดเล็กๆภูมิต้านทานต่ำยังไม่เคยป่วย โตไปน่าจะไม่ป่วยหนักจนถึงกับเข้า รพ. แม่เข้าใจถูกไม๊คะ ขอบคุณคะ

    1. เด็กวัยนี้ควรเก็บของเอง ตักอาหารเข้าปากเอง ขึ้นลงนั่งบนเก้าอี้เด็กเองได้ สามารถดึงกางเกงหรือกระโปรงลงเวลาจะปัสสาวะเอง โดยพ่อแม่ควรเฝ้าระวังความ ปลอดภัย
    2. สมาคมกุมารแพทย์ของประเทศไทย ไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ดูทีวีหรือซีดี ถ้าอายุมากกว่า 2 ปี สามารถดูได้ไม่เกินวันละ 1 ชม. แต่หากเด็กสื่อสารได้ไม่สมวัยควรงด
    3. การเตรียมลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล สามารถทำได้ตั้งแต่ตอนนี้เพียงแต่ปรับกิจกรรมให้เหมาะสมตามอายุ เช่น การเล่นไม่บล็อก ระบายสีง่ายๆ ขีดเส้นยุ่งๆ โดยเน้นการกระตุ้นเป็นสำคัญ ไม่เป็นบังคับ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Passy2402

    เพศ : หญิง
    อายุ : 9 เดือน 12 วัน
    น้ำหนัก : 9
    สูง : 73
    นมที่ลูกทาน : นมแม่

    ตอนนี้ลูกสาวมักจะเอาทุกอย่างที่หยิบได้แล้วเข้าปากกัด อยากสอบถามคุณหมอว่าอายุเท่าไหร่จะเลิกมีพฤติกรรมแบบนี้คะ ตอนนี้ฟันล่างลูกกำลังจะขึ้นแต่ไม่โผล่ขึ้นสักที เห้นเป็นเงาขาวๆเท่านั้น ผิดปกติไหมคะ ช้าไปหรือเปล่าคะ

    1.การเอาของเข้าปากเป็นเรื่องปกติของเด็กวัยนี้
    2.แต่ทักษะการใช้มือของเด็ก 9 เดือนต้องมากกว่าแค่เอาของเข้าปาก
    3.เราต้องฝึกเด็กใช้มือให้ทำงานอื่นเป็นด้วยเพื่อลดการหยิบของเข้าปากตลอดเวลา เช่นกระตุ้นให้เด็กส่งของที่ถือไว้ให้เรา บอกลูกว่า '' แม่ขอ '' เมื่อรับของมาเเล้วให้ชื่นชม เด็กก็จะเข้าใจการยื่นของให้คนอื่น หรือ ใช้มือพลิกหนังสือที่เป็นปกเเข็ง ให้พลิกหนังสือบ่อยๆเวลาที่เราเล่านิทานให้ลูกฟังหรือกระตุ้นให้ลูกหยิบของออกจากกล่องแล้วส่งให้มือเราเเล้วชื่นชมลูก เมื่อลูกใช้มือทำงานอย่างอื่นมากขึ้นโดยมีเเรงเสริมจากการชื่นชมของเรา การเอาของเข้าปากจะลดลง

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Jeabjung

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    การให้ลูกเรียนพีเศษ เสริมวันเสาร์ แต่เคยคุยกันแล้วว่าถ้าหากการเรียนไม่ผ่าน เค้าจะต้องเรียนพีเศษเพิ่มวันเสาร์ และพอผลการเรียนออกมาลูกไม่ดี เค้าจึงได้เรียนพิเศษในเทอมนี้ และถ้าหากผลการเรียนกระเตื้องขึ้นก็จะค่อยปรับลดการเรียนพิเศษให้น้อยลง ( แต่สังเกตจากสีหน้าของลูกวันเสาร์เค้าจะดูเศร้าๆ และเครียดๆ คุณหมอมีคำแนะนำอย่างไรบ้างคะ

    วันอาทิตย์จะเป็นวันที่เค้าได้ทำอะไรที่เค้าอยากทำ เช่น นอนตื่นสาย ได้ขี่มอเตอร์ไซด์ ได้พาเพื่อนมาบ้าน ซึ่งดูเค้ามีความสุขค่ะ

    คุณแม่ควรช้อนรับความรู้สึกลูกด้วยคำพูดที่ลูกจะเข้าใจได้ "แม่รู้สึกว่าลูกไม่มีความสุขเลยเวลาที่ลูกเรียนพิเศษ ลูกรู้สึกอย่างไรบ้าง?"
    หากลูกไม่อยากเรียนลองกระตุ้นลูกให้คิดถึงวิธีอื่นเพื่อให้ลูกเรียนดีขึ้น เช่น เรียนวันธรรมดา หรือเรียนไปสักพักนึง ดูว่าเป็นอย่างไร
    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นลูกควรเป็นคนคิดวิธี และแม่ร่วมตัดสินใจ ไม่ใช่การตัดสินใจของแม่คนเดียว เพราะถ้าแม่เป็นคนตัดสินใจหมดเราจะเลี้ยงได้แต่ตัว แต่ไม่ได้ใจลูก
    ลูกก็จะติดเพื่อนมากขึ้นๆ จนเราคุยกับเขาไม่ได้ หากคุณแม่ปรับวิธีใช้แล้วไม่ได้ผลควรปรึกษาแพทย์

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • สุริยาวดี ทุมดี

    เพศ : ชาย
    อายุ : 4.4
    น้ำหนัก : 18
    สูง : 107
    นมที่ลูกทาน : Gold Plus UHT

    ลูกชอบพูดคำแปลกๆเช่น "อิตตาปู้" ไม่ทราบว่าผิดปกติหรือไม่ ทั้งๆที่ลูกเองก็สามารถใช่ภาษาได้ดีและคล่องพอสมควร มักใช้เวลาเราถามเช่น ลูกจะไปไหนครับ น้องก็จะตอบว่า ก็ไป อิตตาปู้ ไงครับแม่...T_T

    ถ้าพัฒนาการการสื่อสารสมวัย ทักษะสังคมสมวัย ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ลูกเอาไว้ใช้กลบเกลื่อนหรือเเกล้งทำ หากไม่มีปัญหา ดื้อ ต่อต้าน ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็จะหายไปเองค่ะ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • พิมพ๋วรรณ อวนวัง

    เพศ : ชาย
    อายุ : 6เดือน
    น้ำหนัก : 7.6
    สูง : 67
    นมที่ลูกทาน : นมแม่

    การสร้างพื้นฐานจิตใจแข็งแรงให้ลูกน้อยแนวคิดการเลี้ยงลูกเชิงบวก มีประโยนช์อย่างไรบ้าง??ค่ะ

    การเลี้ยงลูกเชิงบวก หมายความว่า มีความรับผิดชอบ เช่น ทานข้าว,เก็บของ,อาบน้ำ ฯลฯ ลูกสามารถเข้าใจว่ากิจกรรมนั้นๆ มีประโยชน์กับเขาอย่างไร พ่อแม่จึงควรเพิ่มการอธิบาย และให้เวลา เวลาเขาเติบโตขึ้นเขาจะมองโลกแบบมีวิจารณญาณ สามารถมีสติแก้ปัญหาได้ มองโลกแบบที่ควรจะเป็น ไม่บิดเบือนจากความเป็นจริง ซึ่งคุณแม่สามารถที่จะเริ่มการคิดเชิงบวกได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ พอน้องคลอดออกมา สิ่งที่ลูกสัมผัสได้ คือ แววตา น้ำเสียง เวลาคุณแม่ให้นมลูก ให้พูดคุย สบตาและยิ้ม สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี แนะนำให้คุณพ่อ คุณแม่ เล่นกับน้องให้ได้มากที่สุด พยายามใช้ของเล่นให้น้อยที่สุด

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • ดวงพร วิมุติ

    เพศ : ชาย
    อายุ : 1/10
    น้ำหนัก : 10.10
    สูง : 73
    นมที่ลูกทาน : ็HI-Q 3 พลัส

    ลูกชอบเกเร เอาแต่ใจ ไม่ฟังไรเลย ไปเนอเชอรี่ตั้งแต่ 1 ขวบ ชอบเกเรทำร้ายเพื่่อนๆจนไม่มีใครเข้าใกล้เลย ชอทำร้ายคนอื่น แต่ที่บ้านไม่มีใครเคยทะเลาะหรือตีกันเลยนะคะ อาหารและนมก็ไม่ทาน เอาแต่ใจที่สุด ใครพูดสอนไรก็จะทำเป็นไม่สนใจ แต่รู้เรื่องนะคะ มีวิธีอบรมสั่งสอนอย่างไรบ้างคะ

    1.เราควรหันกลับมาทำในสิ่งที่เราควบคุมได้มากกว่านั่นคือการปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงดูของตัวเราเองก่อน
    2.ช่วงเวลาที่เราอยู่กับลูกต้องทำทุนปฏิสัมพันธ์เชิงบวกให้มากเน้นสื่อสารให้เข้าใจกันลึกซึ้งขึ้น เเนะนำใช้หนังสือนิทานเพราะเมื่อเด็กกวาดตาดูภาพในนิทานจะเข้าใจในสิ่งที่เราพยายามอธิบายได้ง่าย
    4.เมื่อพ่อแม่ต้องอธิบายหรือสั่งสอนเด็กพยายามกระตุ้นให้เด็กขบคิดตาม เหมือนที่เราได้ฝึกให้ลูกขบคิดตามผ่านหนังสือนิทานมาเเล้ว
    พ่อแม่ควรควบคุมอารมณ์เวลาที่ตำหนิเด็กควรตำหนิที่พฤติกรรมเเต่ไม่ตำหนิตัวตน เช่น ถ้าลูกไม่เข้าบ้านไม่ควรบอกลูกว่าทำไมงี่เง่าแบบนี้ แต่ควรตำหนิที่พฤติกรรมคือแม่ไม่ชอบที่หนูไม่เข้าบ้าน

    เมื่อเรามีต้นทุนปฏิสัมพันธ์เชิงบวกมากพอ ลูกเข้าใจในสิ่งที่เราสื่อสารยาวๆได้ เราจะฝึกวินัยได้ง่ายขึ้น

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Poyd

    เพศ : หญิง
    อายุ : 1/8
    น้ำหนัก : 11
    สูง : 90
    นมที่ลูกทาน : Hi Q supergold

    การเลี้ยงลูกเชิงบวก มีประโยชน์อย่างไรบ้างคะ

    การเลี้ยงลูกเชิงบวก หมายความว่า มีความรับผิดชอบ เช่น ทานข้าว,เก็บของ,อาบน้ำ ฯลฯ ลูกสามารถเข้าใจว่ากิจกรรมนั้นๆ มีประโยชน์กับเขาอย่างไร พ่อแม่จึงควรเพิ่มการอธิบาย และให้เวลา เวลาเขาเติบโตขึ้นเขาจะมองโลกแบบมีวิจารณญาณ สามารถมีสติแก้ปัญหาได้ มองโลกแบบที่ควรจะเป็น ไม่บิดเบือนจากความเป็นจริง ซึ่งคุณแม่สามารถที่จะเริ่มการคิดเชิงบวกได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ พอน้องคลอดออกมา สิ่งที่ลูกสัมผัสได้ คือ แววตา น้ำเสียง เวลาคุณแม่ให้นมลูก ให้พูดคุย สบตาและยิ้ม สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี แนะนำให้คุณพ่อ คุณแม่ เล่นกับน้องให้ได้มากที่สุด พยายามใช้ของเล่นให้น้อยที่สุด

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Poyd

    เพศ : หญิง
    อายุ : 1/8
    น้ำหนัก : 11
    สูง : 90
    นมที่ลูกทาน : Hi q

    ทราบมาว่า การให้ลูกดูวีดีโอ เช่น พวกเพลงสำหรับเด็กใน Youtube เพื่อฝึกภาษาอังกฤษอาจส่งผลเสียกับเด็กได้
    แต่ก็ยังอยากให้ลูกได้ฝึกฟังภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษาตั้งแต่เล็กน่ะค่ะ
    ถ้าใช้วิธีที่ แม่เล่นไปกับลูก พูดคุย ทำท่าประกอบเพลง ร้องเพลงไปด้วย แต่ก็ยังให้ดูวีดีโอในยูทูป แต่ใช้เป็นเพียงสื่อ จะได้หรือไม่คะ

    เห็นด้วยค่ะ แต่เด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ควรพยายามหลีกเลี่ยงดีกว่า เพราะช่วงวัยนี้เด็กกำลังพัฒนาทักษะการสื่อสาร เพราะหากเด็กติดใจเด็กจะไม่ได้เรียนรู้การสื่อสารสองทาง เพราะยูทูปเป็นการสื่อสารทางเดียว

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Pepperrmint Minnie

    เพศ : หญิง
    อายุ : 10 เดือน
    น้ำหนัก : 8.3
    สูง : 68
    นมที่ลูกทาน : นมแม่

    ลูกเข้าใจคำสั่งเช่น ตบมือ บ๊ายบาย ถ้าบอกจะไม่ทำ แต่ถ้าเล่นคนเดียว เค้าจะทำเอง ไม่ทราบว่าเพราะอะไร แล้วจะแก้ไขอย่างไรคะ

    ไม่ควรบอกเฉยๆ แต่ควรมีท่าทีการชวนเล่น เช่นตบมือ บ๊ายบาย และสีหน้าท่าทางที่ดูสนุกสนาน จะเป็นตัวกระตุ้นให้ลูกทำตาม

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • กาญจนา สุนัยรัตนาภรณ์

    เพศ : ชาย
    อายุ : 4/5
    น้ำหนัก : 15
    สูง : 100
    นมที่ลูกทาน : โฟโมสต์รสจืด

    ลูกชายจิตใจอ่อนไหวง่ายมากๆ ค่ะ บางทีเล่าเรื่องนิทานออกแนวเศร้าซึ้งๆ น้องนัฐจะน้ำตาไหลเลยค่ะ
    เพราะอะไรคะ เด็กวัยเท่านี้เป็นแบบนี้ทุกคนไหมคะ
    แก้ไขอย่างไรดีคะ

    เป็นเรื่องปกติที่พบได้ในวัยนี้แต่ไม่ใช่ทุกคน ต้องหันกลับมาที่การเลี้ยงดู ต้องเลี้ยงให้ลูกเข้มแข็ง ไม่ขี้แย จะช่วยลดความหวั่นไหวลงได้

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • กาญจนา สุนัยรัตนาภรณ์

    เพศ : ชาย
    อายุ : 4/5
    น้ำหนัก : 15
    สูง : 100
    นมที่ลูกทาน : โฟโมสต์รสจืด

    เข้าอนุบาลทอมสองแล้วค่ะน้องนัฐยังมีน้ำตาคลอเวลาคุณแม่ไปส่ง
    ก่อนกลับคุณแม่จะบอกว่า เดี๋ยวเลิกเรียนแม่มารับนะครับ
    พร้อมกับกอดและหอมแก้ม แต่น้องนัฐจะมีน้ำตาคลอทุกวันเลยค่ะ คุณครูบอกว่า อยู่ รร. ก็ร่าเริง และเล่นกับเพื่อนได้ปกติค่ะ
    อยากทราบวิธีทำให้น้องนัฐเข้มแข็งขึ้นในช่วงเวลาที่ต้องห่างจากแม่น่ะค่ะ จะน้ำตาคลอแค่ช่วงนั้นค่ะ
    ขอบคุณค่ะ

    คุณเเม่ต้องเข้มเเข็งเป็นตัวอย่าง เวลาคุณเเม่ไปส่งที่โรงเรียนจะต้องมีสีหน้าท่าท่างที่เข้มเเข็ง เเละตอนบอกว่าตอนเย็นจะมารับต้องมีท่าทีเข้มเเข็งเเละไม่หวั่นไหว คุณเเม่ต้องหันหลังกลับเเล้วอย่าลังเล เพราะท่าทีเล็กๆ ของคุณเเม่ลูกอาจจะรู้สึกถึงความหวั่นไหว ถ้าลูกอยู่โรงเรียนเเล้วมีความสุขดี คุณเเม่เเทบไม่ต้องกังวลใจ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Mod Satinee

    เพศ : ชาย
    อายุ : 1
    น้ำหนัก : 9
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : นมแม่

    ลูกชอบเล่นปลั้กไฟ บอกดี ๆ ก้อแล้ว ทำทุกอย่างก้อไม่ยอมเลิก เราสามารถตีเค้าได้มั้ยคะ เหนใคร ๆ บอกว่า เด๋วเค้าจะจำฝังใจ ไม่ให้ตี

    เรื่อง อันตรายต้อง จับมือทันที มองหน้า พูดเสียงหนักแน่ ว่า เล่นปลั๊กไฟไม่ได้ และต่อด้วยการพาลูกไปเล่นอย่าอื่น และบอกว่ามาเล่นตรงนี้กับแม่ดีกว่า ในเด็กที่อายุยังไม่เยอะ เมื่อห้าม แล้วควรบอกด้วยว่าต้องทำอะไรต่อ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • ประกายแก้ว

    เพศ : ชาย
    อายุ : 10เดือน
    น้ำหนัก : 12
    สูง : 75
    นมที่ลูกทาน : นมแม่

    ลูกชอบโวยวาย ชอบกรี๊ดใส่ เวลาเราไม่สนใจ หรือว่าเรากำลังทำงานบ้านอยู่ เราจะมีวิธีแก้ปัญหายังไงบ้างค่ะ

    ลูกต้องการความสนใจเชิงบวก เเนะนำทำทุนก่อนไปทำงานบ้านโดยการเล่นกับลูก เน้นการฟัง สบตา เเละหมั่นกระตุ้นให้ลูกคิดตามที่เราสอน เช่น ชี้นาฬิกาข้างฝาบ้าน ชื่นชมว่าลูกชี้ได้ หากลูกได้รับการสนใจเชิงบวกมากพอ เมื่อเราไปทำงานบ้าน ลูกจะเรียกร้องความสนใจน้อยลงค่ะ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • ปุ๋ย

    เพศ : ชาย
    อายุ : 1ปี3ด
    น้ำหนัก : 10
    สูง : 87
    นมที่ลูกทาน : ไฮคิว ชุเปอร์โกลด์

    เราจะสร้างพื้นฐานจิตใจที่แข็งแกร่งต้องทำยังไงค่ะ

    เด็กที่จะมีจิตใจเข้มเเข็ง เเละเผชิญอุปสรรคได้ ต้องมี ความมั่นใจในตัวเอง ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ มีทักษะในการเเก้ปัญหาเองเป็น มองโลกในเเง่ดี
    ดังนั้นพ่อเเม่ควรปลูกฝังให้เขาด้วยการเป็นต้นเเบบ เป็นตัวอย่าง ต่อคุณสมบัติเหล่านั้น

    ทุกคนในบ้านที่อยู่กับเด็ก สามารถช่วยพื้นฐานจิตใจของเด็กได้ ผู้ใหญ่ทุกควรทำ คือ เมื่อมีเวลาว่าง ควรเข้าไปมีปฎิสัมพันธ์กับเด็กด้วยสีหน้าแววตาที่ชื่นชม ไม่เเนะนำให้เข้าไปแหย่เด็กหรือทำให้เด็กมีอารมณ์หงุดหงิด

    กรณีถ้าเราต้องฝึกวินัยลูก ให้เก็บของเล่น อาบน้ำ แปรงฟัน ผู้ใหญ่ ทุกคนควรทำไปในทิศทางเดียวกัน

    กรณีผู้ใหญ่ในบ้านมีความขัดแย้งในการเลี้ยงดูเด็ก ควรที่จะมาคุยกันเอง โดยไม่ทะเลาะกันให้เด็กเห็น ไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะด้วย อารมณ์หรือน้ำเสียง เพราะเด็กอาจจะซึมซับและแก้ไขสิ่งต่างๆด้วยอารมณ์

    สุุดท้ายเเล้วเมื่อเด็กเอาเเต่ใจ เราอธิบายให้ฟังเเล้วลูกยังไม่สนใจที่จะควบคุมอารมณ์เราก็ควรปล่อยให้เด็กควบคุมอารมณ์ด้วยตนเอง ผู้ใหญ่คนอื่นไม่ควรเข้าไปแทรกแซง ไม่ควรไปอุ้มออกมา เพราะจะทำให้เด็กเกิดการไม่เคารพอีกคนได้

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • สมฤทัย ลัทธิมนต์

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : 1 ขวบ 7 เดือน
    น้ำหนัก : 10
    สูง : 80
    นมที่ลูกทาน : ไฮคิว ซุปเปอร์โกล์ด

    จะทำยังไงดีค่ะลูกถึงจะอยู่ร่วมกับคนอื่นได้โดยไม่มีปัญหาสังเกตุจากเวลาเอาไปเล่นกับเพื่อนๆแล้วเขาชอบเเย่งของเล่นเพื่อนและก็แกล้งเพื่อนจนร้องไห้ตลอดเลยค่ะ

    1. เด็กวัยนี้ย่อมหวงของค่ะ ก่อนไปเราควรเตรียมลูกว่า เราจะแบ่งกันเล่น ถ้าจะเอาของเพื่อนให้ขอก่อนและรอเพื่อนให้ ไม่แย่งของจากมือ
    2. เมื่อถึงเวลาเล่นกัน พ่อแม่ ควรเข้าไปช่วยสอนก่อนเกิดเรื่อง
    3. หากลูกทำตาม ให้ชื่นชม
    4. ถ้าหากลูกไม่ทำตาม ควรจริงจัง
    5. หากลูกร้องไห้ ควรเปิดโอกาสให้ลูกสงบอารมณ์แล้วกลับไปเล่นต่อค่ะ
    6. ทางที่ดี ตอนอยู่ที่บ้านเราควรหนักแน่นกับกติกาหรือคำสอนอื่นๆมาก่อน ลูกจะได้ไม่ร้องมากมายเมื่ออยู่นอกบ้านค่ะ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Luli Chayasriwong

    เพศ : ชาย
    อายุ : 1/9
    น้ำหนัก : 13
    สูง : 90
    นมที่ลูกทาน : สูตร2

    ตอนนี้น้องรู้เรื่องขึ้นมากค่ะ สามารถบอกได้ว่าเวลาเจ็บนั้นไปโดนอะไรมา แต่นิสัยเริ่มก้าวร้าวขึ้น เริ่มเขวี้ยงของ ปาของใส่คน ตีหน้าแม่แรงๆ ยิ่งทำท่าเจ็บหรือร้องไห้ เค้าจะทำท่าเหมือนเข้ามาโอ๋แล้วก็ฟาดซ้ำแรงๆค่ะ ไม่เคยให้ดูทีวีเกี่ยวกับการกระทำพวกนี้เลย
    1. ไม่ทราบว่าเป็นปกติของเด็กวัยนี้รึเปล่าคะ หรือว่าควรจะต้องแก้ไขอย่างไร
    2. จะสอนให้รู้จักรักษาของเล่นยังไงคะ ตอนนี้ของเล่นพังหมดเลยค่ะ
    3. เค้ารู้จักอึ รู้จักฉี่แล้ว แต่ไม่ยอมบอกว่าจะอึ ตอนนี้ญาติผู้ใหญ่ก็กดดันมาให้เลิกแพมเพิสได้แล้ว แต่น้องไม่ให้ความร่วมมือเลยค่ะ ไม่ทราบว่าจะฝึกยังไงดีคะ

    1. เมื่อลูกก้าวร้าว ตีหรือเขวี้ยงของ พ่อแม่ควรเข้าจับมือทันที และสบตาลูก เสียงจริงจังว่า "หนูโกรธได้นะ แต่หนูทำร้ายแม่ไม่ได้
    2. พ่อแม่ไม่ควรแค่ห้ามโดยไม่ทำอะไรเลย รวมทั้งไม่ควรใช้อารมณ์
    3. เด็กที่ไม่รักษาของ อาจไม่รู้ว่าวิธีเล่นเบาๆว่าทำอย่างไร เราต้องเข้าไปเล่นด้วย ท่าทางของเราจะเป็นตัวอย่างที่ดีมากกว่าแค่บอก
    4. ฝึกบอกฉี่หรืออึ ลูกต้องเต็มใจ อยากไปค่ะ อาจใช้ระบบสติกเกอร์ช่วยค่ะ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • เพียงพอใจ

    เพศ : หญิง
    อายุ : 2/8
    น้ำหนัก : 12.8
    สูง : 91.5
    นมที่ลูกทาน : นมแม่

    เวลาลูกร้องไห้เอาแต่ใต ทำโทษลูกโดยการ Time out แต่บางครั้งดูเหมือนลูกคิดว่าเราเล่นด้วย เป็นเรื่องตลก ควรปรับอย่างไรดีค่ะ?

    1. time out ไม่ค่อยต้องใช้ในเด็กวัยนี้
    2. ร้องเอาแต่ใจก็ให้เริ่มที่พูดสะท้อนความรู้สึกลูกว่า หนูเสียใจที่....และสังเกตว่าลูกสงบขึ้นหรือไม่
    3.หากลูกไม่หยุดร้องและคุยกันไม่ได้ เราก็ทำเพิกเฉย เปิดโอกาสให้ลูกสงบอารมณ์เอง แต่ไม่ทอดทิ้ง
    4.หลังจากสงบ ก็คุยกันว่าเกิดอะไรขึ้นค่ะ

    ลูกจะร้องไห้หรือทำตลกตอนที่เราเพิกเฉยก็ไม่เป็นไร เราเพียงรอคุยกับลูกเมื่อเขาพร้อม นั่นคือเงียบแล้วจะรับฟังค่ะ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Aobaab Zippy

    เพศ : หญิง
    อายุ : 9
    น้ำหนัก : 8
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : Hi-Q Supergold

    อยากเลี้ยงลูกแนวทางเชิงบวก โดยการฝึกให้น้องมีสมาธิที่ดี เวลาคุณแม่เล่านิทานให้ฟัง หรืออ่านหนังสือให้ฟัง น้องชอบดึงออก ไม่ยอมให้อ่านต่อค่ะ จะทำอย่างไรดีคะ

    เด็กวัยนี้ฟังไม่เข้าใจค่ะ แต่ตัวที่จะจับใจลูกได้นาน คือ น้ำเสียงและท่าทางของแม่ ดังนั้นเวลาเล่านิทาน หันหน้าเข้าหากัน
    พ่อแม่ที่เล่าต้องทำเสียงน่าสนใจและสีหน้าแววตาที่สนุกด้วยค่ะ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • AMPERE

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    อยากได้คำแนะนำเรื่องการทำ Home School ให้กับเด็กช่วงวัย 4-10 ปีค่ะคุณหมอ รบกวนด้วยนะคะ ^^

    1. วินัย คือ สิ่งสำคัญ ทำตารางกิจกรรมให้ชัดเจน อย่าปล่อยอิสระว่าลูกจะเลือกอะไร เมื่อไร และเลิกกิจกรรมได้ตามที่ชอบ เพราะลูกจะไม่รู้จักกฎกติกาสากล กลายเป็นเด็กทำตามอำเภอใจและไม่จดจ่อมากพอที่จะฝึกฝนหรือทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งขึ้น

    2. ลูกควรมีโอกาสไปเข้าสังคมกับเด็กอื่นๆด้วย เพราะโอกาสฝึกทักษะสังคมใน home school มีน้อยมาก

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • น้องต้นข้าว

    เพศ : หญิง
    อายุ : 1/11
    น้ำหนัก : 18
    สูง : 88
    นมที่ลูกทาน : นมแม่+ไทยเดนมาร์ค

    ลูกสาวยังไม่ได้เข้าโรงเรียน (แถวบ้านก็ไม่มีรุ่นเดียวกัน) แต่เวลาไปเจอเด็กที่อื่น ญาติๆกัน ชอบเล่นแรง รวมทั้งเข้าไปดึงผม กัดมือ ไม่ทราบว่าโตขึ้นจะหายไปเองไหม เพราะเคยดุก็ยิ่งทำ พูดด้วยดีๆ เข้าไปกอด พยายามอธิบายเหตุผล เวลาเผลอก็ไปเข้าไปทำอีก จะทำอย่างไรดีคะ

    สอนวิธีเล่นกันดีๆ ทางที่ดีควรเข้าไปเล่นด้วย เพื่อให้เด็กมองเห็นและซึมซับ ซึ่งเป็นวิธีที่เด็กวัยนี้เรียนรู้ได้ดีกว่านั่งฟังเราบอก

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • คุณแม่น้องกัลย์

    เพศ : หญิง
    อายุ : 9 ปี
    น้ำหนัก : 25
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : UHT

    ลูกสาว 9 ขวบ เล่าให้ฟังว่า เพื่อนที่โรงเรียนชอบแบ่งพรรคแบ่งพวก ลูกเป็นคนกลาง เวลาเล่นกับเพื่อนคนนี้ อีกคนก็จะไม่พอใจ คุณแม่ ควรจะแนะนำลูกยังไงดีคะ

    1. ชื่นชมที่ลูกเป็นคนยืดหยุ่นและรับฟังทุกฝ่าย
    2. สังเกตตัวลูกว่า จริงๆเขาอึดอัดอะไร เพื่อแก้ให้ตรงจุด
    3. หากลูกอึดอัดคนที่ไม่ดี และไม่อยากทนแล้ว แนะนำวิธีออกจากกลุ่มด้วยการสื่อสารที่รักษาน้ำใจค่ะ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • คุณแม่น้องกัลย์

    เพศ : ชาย
    อายุ : 12 ปี
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ๊UHT

    ลูกชายคนโตอายุ 12 ปี ชอบเล่นโทรศัพท์ ทั้ง Line ,Facebook คุณแม่จะต้องทำยังไงดีคะ ในการกำหนดเวลาในการเล่น โดยไม่ให้ลูกรู้สึกว่าโดนจำกัดมากเกินไป

    ชวนลูกคิดด้วยค่ะ โดยเราต้องใจกว้างมากพอที่จะฟังเขา รวมทั้งต้องมีวิจารญาณในการตัดสินใจ ไม่เฮตามเขาหมด และไม่บังคับเอาแต่วิธีของเรา

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • พอพอ พอ

    เพศ : ชาย
    อายุ : 2/10
    น้ำหนัก : 11
    สูง : 86
    นมที่ลูกทาน : นมทั่วไป

    ตอนนี้ลูกชายชอบติดคุณย่าค่ะย่าเค้ามากเลยค่ะเส่ร์อาทิตย์จะไปอยู่กับย่าค่ะย่าเลี้ยงแบบตามใจมากไม่ดุไม่ว่าไม่ลงโทษใดๆทั้งสิ้น..พอกลับมาอยู่กับเราน้องจะงี่เง่สดื้อดึงไม่เชื่อฟังคำสอนของพ่อแม่เลยค่ะ...ตอนนี้ถือว่าเป็นปัญหามากค่ะไม่รู้จะทำยังไงดีจะสอนจะบอกเค้ายังไงดีค่ะ

    1.เราควรหันกลับมาทำในสิ่งที่เราควบคุมได้มากกว่านั่นคือการปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงดูของตัวเราเองก่อน
    2.ช่วงเวลาที่เราอยู่กับลูกวันจันทร์ถึงศุกร์ต้องทำทุนปฏิสัมพันธ์เชิงบวกให้มากเน้นสื่อสารให้เข้าใจกันลึกซึ้งขึ้น เเนะนำใช้หนังสือนิทานเพราะเมื่อเด็กกวาดตาดูภาพในนิทานจะเข้าใจในสิ่งที่เราพยายามอธิบายได้ง่าย
    3.เมื่อพ่อแม่ต้องอธิบายหรือสั่งสอนเด็กพยายามกระตุ้นให้เด็กขบคิดตาม เหมือนที่เราได้ฝึกให้ลูกขบคิดตามผ่านหนังสือนิทานมาเเล้ว
    พ่อแม่ควรควบคุมอารมณ์เวลาที่ตำหนิเด็กควรตำหนิที่พฤติกรรมเเต่ไม่ตำหนิตัวตน เช่น ถ้าลูกไม่เข้าบ้านไม่ควรบอกลูกว่าทำไมงี่เง่าแบบนี้ แต่ควรตำหนิที่พฤติกรรมคือแม่ไม่ชอบที่หนูไม่เข้าบ้าน

    เมื่อเรามีต้นทุนปฏิสัมพันธ์เชิงบวกมากพอ ลูกเข้าใจในสิ่งที่เราสื่อสารยาวๆได้ เราจะฝึกวินัยได้ง่ายขึ้น

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์