หัวข้อสนทนา
  • สุภิญญา สีทอง

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ทุกวันนี้ คุณแม่จะสร้างวินัยให้กับลูกๆ หลายเรื่อง เช่น พัฒนาการลูก ด้านการอ่าน การเขียน คุณจะส่งเสริมในสิ่งที่ลูกๆชอบ คนโต 7 ขวบ ชอบการอ่านมาก คุณแม่คอยช่วยให้น้องอ่านออกเสียงให้ถูก ส่วนคนเล็ก 3 ขวบ ชอบการเขียน น้องเขียนไม่ตามรอย เวลาที่มีการบ้านหรือว่างๆ อยู่บ้าน น้องจะฝึกเขียนให้คล่อง แรกๆ คุณจะจับมือน้องเขียน พอเริ่มเขียนได้ น้องก็เริ่มฝึกเขียนเอง คนโตคอยบอกเสมอ อยากเรียนเก่งๆ เพราะ โตมาอยากเป็นคนคุณหมอ อยากดูแลพ่อแม่ และทุกๆคนที่ป่วย ตามรอยพ่อหลวง ส่วนคุณเล็ก ชอบบอกอยากเป็นคุณครู คุณแม่คอยส่งเสริมและสานฝันให้ลูกๆ สู่ความสำเร็จ ที่น้องๆ อยากเป็นให้ได้ค่ะ

    ฝากคำถาม
    อยากรู้ว่าลูกสาวคนโตอยากเป็นคุณหมอ จะสานฝันให้น้องเป็นจริงได้อย่างไรคะ

    1.ต้องแน่ใจก่อนว่า ลูกอยากเป็นหมอจริงๆ หรือเด็กตีความจากสิ่งแวดล้อมมากกว่า เช่น มีประสบการณ์เจอคนรู้จักที่เป็นหมอแล้วมีคนชมเยอะ เลยอยากเป็น เพราะถ้าลูกไม่ได้อยากเป็นจริงๆ ข้อต่อๆ ไปที่แนะนำจะกลายเป็นกดดันลูก (ที่จริงความฝันของเด็ก 7 ขวบจะยังไม่นิ่ง)
    2.ต้องหมั่นฝึกลูกตั้งเป้าหมาย โดยคุณแม่ร่วมช่วยด้วยไม่ว่าเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เพราะเป้าหมายเป็นนธงชัยกำหนดทางเดิน เช่น ลูกอยากเก็บเงินให้ได้ 1,000 บาท
    3.วางแผนทางเดินที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนั้น เช่น ช่วยลูกวางแผนว่าจะเก็บเงินได้อย่างไร
    4.เมื่อลงมือทำแล้วผิดพลาด หรือทำไม่ได้ตามเป้า ก็ให้กำลังใจ
    5.นำข้อผิดพลาดมาฝึกลูกวางแผนใหม่
    จะเป็นหมอได้ต้องมีเป้าหมาย วางแผนเป็น อดทน ส่วนเรื่องการช่วยเหลือผู้อื่น เท่าที่ฟังดู ลูกมีจิดสำนึกในส่วนนี้อยู่แล้ว ก็ไม่มีอะไรเพิ่มเติม

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Sudadao Sutthipong

    เพศ : ชาย
    อายุ : 6 เดือน
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องชื่อเซี้ยง เพศชาย อายุ 6 เดือนคะ ฝากสอบถาม พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ ว่า การสร้างวินัยเชิงบวก สามารถทำได้ตั้งแต่เด็กอายุเท่าไหร่ เพราะตอนนี้ลูกดาว อายุได้ 5 เดือนครึ่ง ถ้าฝึกได้อยากฝึกเค้าค่ะ และการฝึกนี้ ถ้าเค้าดื้อหรือไม่ทำตาม หากเราไม่ตี ไม่ดุ เราสามารถทำโทษเค้าวิธีไหนได้บ้างค่ะ เพราะตอนนี้เค้ายังเล็ก ยังไม่เข้าใจการสื่อสารของเรา เหมือนเคยได้ยินมาว่า อย่าทำโทษด้วยการตีลูก เพราะเด็กทุกวัยคุยกันด้วยเหตุผลได้ แต่ถ้าเค้าดื้อมาก ไม่ฟังเลย เราจะมีวิธีไหน ที่จะทำให้เค้ามีวินัยได้บ้างค่ะ

    การสร้างวินัยเชิงบวกเริ่มได้ตั้งแต่เด็กใช้มือเป็นหรือตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และไม่มีจุดสิ้นสุดในการฝึกวินัยนะคะ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Happy Time Orange

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ฝากสอบถาม พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ หน่อยคะว่า เราจะทำอย่างไรให้ลูกอยากทำการบ้านทุกครั้งที่กลับมาจากโรงเรียนเลยอะคะ จะทำอย่างไรให้ลูกมีความรับผิดชอบต่องานที่คุณครูสั่งคะ คืออยากให้ลูกกระตือรือล้นในการเรียนการทำการบ้าน ให้มากกว่านี้อะคะ เพราะว่าในอนาคตเขาจะต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นในทุกๆ เรื่อง เลยอยากปลูกฝังให้ลูกเป็นเด็กขยัน อดทน และมีความรับผิดชอบมากกว่านี้อะคะ เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้าของลูกชายคะ

    ถ้าลูกอยู่ในวัยประถม ชวนลูกคุยตอนลูกอารมณ์ดี บอกสิ่งที่เราต้องการและเรารู้สึกให้ลูกฟัง (I message) เช่น แม่เป็นห่วงเวลาที่หนูเรียนหนังสือ แล้วหนูไม่ได้ตั้งใจฟังคุณครู หนูจะเรียนไม่เข้าใจ จะทำให้ทำการบ้านยากและตอนติวสอบยิ่งยากมากขึ้น วันนี้แม่อยากชวนหนูมาวางแผนหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการทำการบ้าน การเรียน ตามด้วยการตั้งคำถามว่าหนูคิดอย่างไร
    ประเด็นคือ เราอยากให้ลูกเข้าใจว่าเรามาเพื่อช่วย การฟังลูกก่อนเป็นบทพิสูจน์แรกว่าเรามาเพื่อช่วย ไมได้มาเพื่อจัดการ เมื่อคุณแม่ฟังลูกเล่าแล้ว
    1.ต้องมาสรุปเป็นกติกาว่าอย่างไร โดยส่วนตัว หมอวางไว้คร่าวๆ ว่า เราต้องฝึกลูกรับผิดชอบก่อนสบาย ให้ลูกทำทุกสิ่งก่อนไปเล่นหรือก่อนดูการ์ตูน
    2.ช่วยแก้ปัญหาที่มีในโรงเรียนของลูก เช่น ลูกไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ต้องช่วยลูกฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างไร เพราะหลายครั้งที่ลูกไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Wanalee Wachirawit Ch

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ฝากสอบถามและขอคำแนะนำจาก พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ ด้วยนะคะว่า เราจะมีวิธีสร้างวินัยเชิงบวกพาลูกสู่ความสำเร็จได้อย่างไรบ้างคะ คุณแม่บ้านนี้ขอคำแนะนำเคล็ดลับในการสร้างวินัยของลูกน้อยให้อยากขยันทำการบ้านและหมั่นไปโรงเรียนด้วยค่ะ เพราะในทุกครั้งที่ลูกเลิกกลับมาจากโรงเรียนเขาจะเอาแต่เล่นและดูทีวีเป็นส่วนใหญ่ การบ้านที่ครูให้กลับไม่ยอมทำโดยที่คุณแม่ก็หาวิธีหลายอย่างแล้วค่ะที่จะช่วยให้ลูกยอมทำการบ้านเมื่อกลับมาถึงบ้าน ด้วยวิธีหาของรางวัลมาล่อแต่ก็ช่วยได้บางครั้งยังไม่ถือว่าประสบความสำเร็จในการกระตุ้นลูกให้มีความกระตือรือร้นทำการบ้านได้ค่ะ ฉะนั้นแล้วคุณแม่จะต้องทำอย่างไรบ้างคะเพื่อที่จะให้ลูกได้มีความรับผิดชอบต่อการบ้านและตลอดจนงานที่คุณครูสั่งให้ทำค่ะ เพราะคุณแม่บ้านนี้อยากให้ลูกมีความรับผิดชอบมีความกระตือรือร้น และตระหนักถึงผลของการเรียนตลอดจนการทำการบ้านที่คุณครูสั่งให้มากกว่านี้ค่ะ เผื่อว่าอนาคตวันข้างหน้าลูกจะได้เรียนรู้ไปในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ และลูกจะต้องมีวินัยและมีความรับผิดชอบมากขึ้นในทุกๆ เรื่อง และในทุกๆ วัน ที่เขาต้องเจอค่ะ ดังนั้นเพื่อเป็นการปลูกฝังให้ลูกเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียร อดทน มีวินัย และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองให้มากกว่านี้ เพื่อที่การดำเนินชีวิตในอนาคตที่ลูกได้ทำดีแล้วนั้นจะได้ส่งผลให้เขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานในอนาคตวันข้างหน้าสืบต่อไปค่ะ^^

    ถ้าลูกอยู่ในวัยประถม ชวนลูกคุยตอนลูกอารมณ์ดี บอกสิ่งที่เราต้องการและเรารู้สึกให้ลูกฟัง (I message) เช่น แม่เป็นห่วงเวลาที่หนูเรียนหนังสือ แล้วหนูไม่ได้ตั้งใจฟังคุณครู หนูจะเรียนไม่เข้าใจ จะทำให้ทำการบ้านยากและตอนติวสอบยิ่งยากมากขึ้น วันนี้แม่อยากชวนหนูมาวางแผนหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการทำการบ้าน การเรียน ตามด้วยการตั้งคำถามว่าหนูคิดอย่างไร
    ประเด็นคือ เราอยากให้ลูกเข้าใจว่าเรามาเพื่อช่วย การฟังลูกก่อนเป็นบทพิสูจน์แรกว่าเรามาเพื่อช่วย ไมได้มาเพื่อจัดการ เมื่อคุณแม่ฟังลูกเล่าแล้ว
    1.ต้องมาสรุปเป็นกติกาว่าอย่างไร
    2.ช่วยแก้ปัญหาที่มีในโรงเรียนของลูก เช่น ลูกไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ต้องช่วยลูกฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างไร เพราะหลายครั้งที่ลูกไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร
    ส่วนข้อกติกา หมอวางไว้คร่าวๆดังนี้ เราต้องฝึกลูกรับผิดชอบก่อนสบาย ให้ลูกทำทุกสิ่งก่อนไปเล่น ก่อนดูการ์ตูน

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Julaluk Pom

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ในบางสถานการณ์ วินัยของลูกจะลดลง เช่น อยู่ในสถานที่ไม่คุ้นเคย หรือเริ่มง่วงนอน เราควรเคร่งครัดกับวินัยขนาดไหนคะ

    1) ถ้าเป็นเด็ก slow to warm up หรือเด็กปรับตัวช้าและวินัยนั้นเกี่ยวข้องกับการปรับตัวควรยืดหยุ่น เช่น การสวัสดี
    2) ถ้าในสถานที่นอกบ้านหรือไม่คุ้นชิน ก็ควรยืดหยุ่นและหันกลับมาเช็ควินัยในบ้าน ถ้ามีวินัยในบ้านที่มีปัญหาให้แก้ที่บ้าน
    สรุป จากประสบการณ์หมอ พบว่า เด็กที่มีการต่อต้านนอกบ้านสูงมักเกิดจากอยู่ในบ้านไม่มีวินัย แต่สถานการณ์ในบ้านที่ราบรื่นไปได้นั้น อาจเกิดจากการที่เราปล่อยผ่านมากกว่าเกิดจากวินัยจริงๆ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Manthita Ruamchat

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถามค่ะ คุนแม่มีลูก2คนค่ะ คนโตผู้หญิงค่ะ อายุ8ขวบค่ะ คนเล็กผู้ชายค่ะ อายุ4ขวบค่ะ คือคุณแม่จะสอนเรื่องระเบียบวินัยให้กับน้องๆตั่งแต่เล็กๆเลยค่ะ น้องๆจะรู้หน้าที่ตนเอง ตื่นเช้ากี่โมง อาบน้ำ ทำการบ้าน เรียนพิเศษ สิ่งเหล่านี้คือคุณแม่ไม่ได้มีการบังคับน่ะค่ะ อย่างเรียนพิเศษ เค้าจะเลือกเองเค้าสนใจอะไร อยากเรียนอ่ะไร เช่นคนพี่ชอบเรียนวิทย์ทดลอง เรียนทำขนม คนน้องชอบเทควันโด ชอบเรียนลูกคิด ลูกๆมีความสุข และสนุกกับการเรียนค่ะ แต่มีอยู่อาทิตย์หนึ่ง คุณแม่บอกกับน้องๆว่าจะพาไปเที่ยวต่างจังหวัด 1อาทิตย์ ลูกคนโต ไม่ยอมไปค่ะ. น้องบอกว่าน้องไม่ว่างค่ะ น้องต้องเรียนพิเศษ คุณแม่บอกน้องไปว่าหยุดเรียนอาทิตย์เดียวเอง น้องก็ไม่ยอมค่ะ คุณแม่เลยมีความรู้สึกว่า คุณแม่ให้ลูกเรียน หนักไปรึป่าวค่ะ คุณแม่เข้มงวดกับลูกๆเกินไปมั๊ย คุณหมอช่วยแนะนำคุณแม่ต้องทำยังไง จะพูดกับลูกยังไงดีค่ะ ให้ลูกเข้าใจ ตอนนี้คุณแม่เริ่มกังวลแล้วค่ะ

    1.ลูก 8 ขวบ เล่าความรู้สึกได้ คุณแม่สอบถามน้องตรงๆ ได้เลย ปัญหาของลูกอาจเกิดจาก
    1.1 กลัวไม่เก่ง ก็ต้องแก้ปัญหาความรู้สึกนี้
    1.2 การไปเที่ยวกับที่บ้าน อาจมีความไม่ชอบใจก็ได้ เช่น ไปเที่ยวที่ไรโดนดุทุกที
    2.แสดงความเข้าใจลูกกับคำตอบข้อแรก เช่น แม่เข้าใจว่าหนูอยากเก่ง แล้วชวนลูกคิดตามว่าการไปเที่ยวมีความสนุกอย่างไร
    3.บอกความรู้สึกของเรา เช่น แม่อยากให้หนูไปเที่ยวแล้วมีความสุข
    4.ถ้าลูกกลัวไม่เก่งจริง ๆ คุณแม่ต้องเพิ่มการตอบสนองในด้านการใส่ใจและเข้าใจลูกให้มาก ๆ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • สุวรรณา บุญประคอง

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ฝากถามค่ะเราควรมีวิธีการรับมือกับลูกๆและวิธีการพูดโน้มน้าวอย่างไรให้ลูกเชื่อและทำตามคำพูดของพ่อแม่โดยไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านค่ะ

    1.ฝึกทักษะการฟังและคิดตามของลูก หมายถึงว่า ลูกต้องคิดภาพตามคำพูดของเราเป็นฉากๆได้เหมือนที่ยกตัวอย่างเรื่องกระต่ายกับเต่า ครั้งต่อไปแม่คิดว่าเต่าอาจจะไม่ชนะก็ได้ เพราะกระต่ายไม่แวะนอนหลับแล้ว
    ถ้าลูกคิดภาพตามเราเป็นฉากๆช้าๆแบบนี้ เวลาเราอธิบายให้ลูกฟังที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อฟัง ลูกก็มีโอกาสที่จะเห็นด้วยเพราะเค้ามีภาพนั้นในสมองจริง
    2.หมั่นฟังลูก แล้วตอบสนองโดยการทำปฏิสัมพันธ์เชิงบวก กระตุ้นให้ลูกคิด ชี้แนะ ช่วยเหลือ อธิบาย ชม จนลูกรู้สึกเคารพ ไว้ใจ เข้าหาได้ ตอบสนองให้ลูกรู้สึกว่า
    A: พ่อ/แม่ ภูมิใจเรา
    B: พ่อแม่ชอบใจ /ใส่ใจเรา
    C: พ่อแม่เข้าใจเรา
    โดยพ่อแม่ จะต้องตอบสนองลูกให้ได้ครบทั้ง 3 แบบ
    คำแนะนำข้างต้น เป็นต้นทุนที่จะทำให้ฝึกวินัยเชิงบวกได้ง่าย

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Phunnapha Pangpond Thongmak

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ลูกสาว 2 ขวบ 5 เดือน เลิกใส่แพมเพิส ตอน 2 ขวบ 3 เดือน น้องนั่งฉี่ในห้องน้ำได้เป็นพูดเข้าใจ นอนฉี่ไม่ราดที่นอน แต่ทำไมน้อง เวลาอึ คือ อึมั่วไปหมดเลยค่ะ แต่ไม่อึในที่นอน หรือ ในบ้าน เวลาปวด อึ น้องมักจะไป อึ นอกบ้าน พออึ เสร็จน้องจะร้อง เหมือน รุ้ว่าผิด แต่สอนน้อง ตลอด ว่า บอก อึ ให้นั่ง พอ ให้น้องไปอึในห้องน้ำ คือไม่อึ ไม่รุ้จะแก้ไงแล้วอะค่ะ

    เท่าที่อ่านมา ลูกเกิดความกลัวจนต้องหลบไปอึ ต้องลบข้อมูลความกลัวในสมองของลูกก่อน ด้วยการไม่ดุไม่ตำหนิ สร้างสถานการณ์ การอึแบบใหม่ด้วยแนวทางเชิงบวก โดยสังเกตว่าลูกปวดอึเวลาไหน และชักชวนลูกไปอึที่ห้องน้ำ ด้วยท่าทีน่าสนใจ ใช้ตุ๊กตาที่ลูกชอบมาร่วมชวนด้วยก็ได้ ถ้าลูกมาให้ชื่นชม ถ้าลูกไม่มาก็อย่าดุ บอกลูกว่า เดี๋ยวแม่ชวนหนูมาใหม่นะ ทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ จะสำเร็จ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • ก้อย กรวิกา

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้อง 3 ขวบ 3 เดือน เวลามีคนขัดใจน้องชอบส่งเสียงโวยวายทุบตีคนที่อยู่ข้างๆ ทำยังไงให้ลูกใจเย็นลงคะ

    กรณีที่ลูกร้องไห้ โวยวาย ให้ทำ 3 อย่าง คือ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถ้าลูกอยู่ในสภาวะที่คุยได้ ให้สะท้อนความรู้สึก ถ้าเบี่ยงเบนความสนใจได้ให้ทำ ถ้าลูกร้องไห้โวยวายมาก ก็ต้องปล่อยให้ร้อง โดยคุณแม่ไม่โกรธ ไม่เดินหนี รออยู่ใกล้ ๆลูก ให้อยู่ในสายตาลูก ถ้าลูกมีการทำร้ายร่างกายตัวเอง ทำร้ายร่างกายผู้อื่นหรือทำลายข้าวของ ให้หยุดการเพิกเฉยสักครู่ แล้วจับมือลูกไว้ สบตาลูก และพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ หนักแน่น ไม่ดุ ตะคอก คุกคาม ว่า ไม่ตีแม่ ท่าทางของคุณแม่ จะทำให้น้องรู้ว่า กิริยาที่เขาทำนั้นไม่ควรทำ แต่คุณแม่ต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองด้วย ถ้าคุณแม่ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้จริง ๆ ให้เดินออกมาสงบอารมณ์ก่อน หรือถ้าน้องอาละวาดมาก ให้กอดรัดรวบตัวเขาไว้ โดยให้หันหน้าออกจากตัวเรา วิธีการนี้จะดีกว่าการจับมือกระชากไปมา หรือจะใช้วิธีการกอดตั้งแต่เริ่มต้นเลยก็ได้ ให้ประเมินเป็นครั้งๆไป เพราะบางครั้งการกอด จะคล้ายๆ การโอ๋หรือปลอบโยน ทำให้ลูกสงบลงโดยตัวเองลำบาก ซึ่งการประเมิน ควรดูว่าช่วงนั้นลูกก้าวร้าวรุนแรงหรือไม่ ถ้าใช่ ให้ใช้การกอด เมื่อลูกสงบค่อยคุยกับลูกว่าเกิดอะไร เพราะอะไร

    2.การที่ลูกมีพฤติกรรมแบบนี้บ่อย ๆ ต้องดูสาเหตุว่า บรรยากาศในบ้าน ปฏิสัมพันธ์เชิงบวกเป็นอย่างไร ซึ่งหมอเข้าใจว่า ปฏิสัมพันธ์เชิงบวกคงยังไม่ชัดพอ ลูกเลยทำตามใจตัวเอง คุณพ่อคุณแม่เปิดโอกาสให้ลูกเป็นตัวของตัวเองมากน้อยแค่ไหน คุณพ่อคุณแม่ ควรชวนลูกคิดตามให้มากๆ ลูกก็จะรู้สึกว่าคุณน่าสนใจ ต่อๆไป ลูกก็จะอยากฟังเรา เคารพเรามากขึ้น

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Sujittra Naenklai

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ฝากถามคุณหมอคะ เราเริ่มที่จะสร้างวินัยลูกตั้งแต่ลูกอายุกี่เดือน เราต้องเป็นแบบอย่างให้ลูกด้วยและต้องฝึกฝนการมีวินัยให้ลูกค่อยๆสอนไปใช่หรือไม่คะ #ไม่ใช่โมโหใส่เขาใช่หรือไม่คะ เราต้องเข้าใจเขาด้วยใช่ไหม #สอบถามพฤกติกรรมของลูกค่ะ ลูกเป็นคนที่ชอบเล่นแรงทำอะไรแรงๆ เวลาไม่ได้ดั่งใจ ก็ร้องไห้ตลอดเราควรทำอย่างไรดีคะ เหมือนเขาจะเป็นเด็กใจร้อนด้วย มีวิธีแก้หรือไม่คะ

    1.การสร้างวินัยเชิงบวกเริ่มได้ตั้งแต่เด็กใช้มือเป็นหรือตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และไม่มีจุดสิ้นสุดในการฝึกวินัยนะคะ
    2.เมื่อลูกร้องไห้ เอาแต่ใจให้ใช้การเพิกเฉย โดยเริ่มจากตัวคุณเองต้องอารมณ์เย็นก่อน มองหน้า สบตาลูก และพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง สีหน้าเรียบอย่างจริงจัง"แม่จะรอหนูเงียบ เราถึงจะคุยกัน" ต่อมาให้คุณเพิกเฉยลูก ทั้งคำพูด ท่าที สายตา ไม่พูด ไม่เช็ดน้ำตาหรืออุ้ม ถ้าลูกพยายามเข้ามากอดหรืออุ้มก็ควรลุกขึ้นยืนและหันไปทำอย่างอื่น แต่อย่ามีท่าทีทอดทิ้งลูก แต่เป็นท่าทีว่าเราก็มีงานอื่นทำ
    กรณีลูกทำร้ายร่างกายตัวเองหรือผู้อื่น รวมถึงการทำลายข้าวของ อณุญาตให้หยุดเพิกเฉยชั่วคราว จับมือลูกแน่น ๆประมาณ 10 วินาที และมองหน้าลูกพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า"ไม่ตีแม่/ไม่โยนของ"แล้วแกะของออกจากมือ จากนั้นปล่อยมือลูก และเฝ้าดูสักครู่ หากลูกตีหรือโยนของอีกให้ทำซ้ำแบบเดิมจนกว่าลูกจะหยุดแล้วจึงกลับมาเพิกเฉยต่อ เมื่อลูกเงียบแล้วให้กลับไปหาลูก ชมลูกแบบบรรยายพฤติกรรม เช่นหนูเงียบแล้ว หนูเก่งค่ะลูก ถามลูกว่า เมื่อกี้นี้เกิดอะไรขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้ทบทวนเรื่องราวด้วยตนเองก่อน ซึ่งจะช่วยให้เด็กเข้าใจตนเองได้ดีกว่าการรอคำสอนอย่างเดียว เมื่อลูกเข้าใจแล้วถามความเห็นในการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Nuukes Yuwatida

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    สวัสดีค่ะ พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ ที่เคารพ ขออนุญาตสอบถามและขอคำแนะนำจากคุณหมอหน่อยนะคะ คืออยากทราบว่าคุณแม่สามารถเริ่มสร้างวินัยเชิงบวกให้กับลูกวัย 2 ขวบ ได้อย่างไรบ้างคะ เพราะตอนนี้น้องเริ่มเข้าใจในสิ่งที่เราสื่อสารมากขึ้นแล้วค่ะ และรบกวนขอคำแนะนำในการสร้างวินัยให้กับลูกแบบราบรื่นทั้งคุณแม่คุณลูกด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณคุณหมอล่วงหน้านะคะ สำหรับคำแนะนำดีๆ

    เริ่มจากการกฝึกวินัยรอบตัวง่ายๆ ด้วยการต่อยอดจากเรื่องกิน เรื่องนอน ได้แก่ การเล่นของเล่นแล้วเก็บเข้าที่เดิม ลูกน้อยวัยนี้ เริ่มมีความเป็นตัวของตัวเองสูงขึ้น บ่อยครั้งที่เด็กจะหงุดหงิด อาละวาด ร้องไห้โยเย ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็นในการสอนให้ลูกพูดความรู้สึก เช่น โกรธ โมโห แทนการขว้างปาข้าวของหรืออาละวาดแทน โดยไม่ต้องอธิบายเหตุผลยืดยาวเพราะเด็กวัยนี้ยังไม่เข้าใจหรือจดจำได้
    การสร้างวินัยเชิงบวก ต้องสร้างต้นทุนปฏิสัมพันธ์เชิงบวกให้มากๆ โดยเน้นการให้ลูกเล่นกับเรา เช่น ร้องเพลง เต้น เน้นการสบตาจดจ่อแม่ให้นานต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 10 นาที วันละหลายๆรอบ สร้างต้นทุนการคิดตามแบบง่ายๆ เช่น ชวนลูกดูนาฬิกาข้างฝาบ้าน ตุ๊กตาที่เล่นบ่อยๆ แล้วถามคำถามให้ลูกตอบกลับ เช่น นาฬิกาอยู่ไหน ถ้าลูกตอบได้ ปรบมือ ถ้าลูกตอบไม่ได้ก็เฉลย ถ้าเราทำทุนปฏฺสัมพันธ์เชิงบวกได้มาก ๆ จะลดการโวยวายลงได้ เพราะที่ลูกโวยวาย ส่วนใหญ่จะไปหาของเล่น และลูกได้รับการเล่นกับคนไม่นานพอ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • นู๋ส้ม คนเดิม

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ลูกชาย 1ขวบ3เดือน การสร้างวินัยไห้ลูกใจเย็น เชื่อฟังเราทำไงค่ะ มีวิธีโน้มน้าว อย่างไรให้เค้าเชื่อฟังบ้างค่ะ ขัดนิดขัดหน่อยก็ร้องค่ะ

    การสร้างวินัยเชิงบวก ต้องสร้างต้นทุนปฏิสัมพันธ์เชิงบวก โดยเน้นการให้ลูกเล่นกับเรา เช่น จ๊ะเอ๋ ร้องเพลง เต้น เน้นการสบตาจดจ่อแม่ให้นานต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 10 นาที วันละหลายๆรอบ สร้างต้นทุนการคิดตามแบบง่ายๆ เช่น ชวนลูกดูนาฬิกาข้างฝาบ้าน ตุ๊กตาที่เล่นบ่อยๆ แล้วถามคำถามให้ลูกตอบกลับ เช่น นาฬิกาอยู่ไหน ถ้าลูกตอบได้ ปรบมือ ถ้าลูกตอบไม่ได้ก็เฉลย ถ้าเราทำทุนปฏฺสัมพันธ์เชิงบวกได้มาก ๆ จะลดการโวยวายลงได้ เพราะที่ลูกโวยวาย ส่วนใหญ่จะไปหาของเล่น และลูกได้รับการเล่นกับคนไม่นานพอ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Princess Yuki

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ขออนุญาตสอบถามคุณหมอนะคะ ว่าถ้าอยากสร้างวินัยให้กับลูกวัย 2-3 ขวบ นอกจากความเข้าใจแล้ว ควรมีองค์ประกอบใดอีกบ้างคะ
    ขอขอบพระคุณสำหรับคำตอบล่วงหน้าด้วยนะคะ❤❤

    เด็กวัยนี้ยังไม่มีความสามารถที่จะคิด วิเคราะห์และตัดสินใจได้ ยังไม่มีการควบคุมตนเองที่ดีพอ ดังนั้นการฝึกวินัยที่เหมาะสมกับเด็กวัยนี้ คือ การฝึกวินัยเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เช่น กิน นอน การขับถ่าย ในการฝึกสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความสม่ำเสมอและหนักแน่นในการตอบสนองเด็ก ตัวอย่างเช่น หากจะเริ่มฝึกเด็กให้นอนตรงเวลา เด็กก็อาจจะไม่ยอม อาจต่อต้าน แสดงความไม่พอใจโดยการร้องไห้บ้าง งอแงบ้าง แต่ถ้าคุณยืนยันอย่างหนักแน่นให้ลูกเข้านอนตรงเวลา โดยไม่ต้องโอนอ่อนผ่อนตามไม่ว่าลูกจะงอแงอย่างไรก็ตาม ในที่สุดลูกก็จะทำตามคุณและนอนหลับได้ตรงเวลา ลูกจะเรียนรู้ว่า แม้ไม่ชอบก็จำเป็นต้องทำตาม

    Hi-Family Careline

  • Aumaim Katsuda

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    อยากสอบถามคุณหมอว่าเราจะสร้างวินัยให้ลูกได้ตั้งแต่ลูกอายุเท่าไหร่คะ และจะมีวิธีไหนบ้างคะ แม่จะได้นำไปปรับใช้กับลูกอย่างถูกวิธี เพื่อให้ลูกน้อยประสบความสำเร็จในอนาคต เดือนหน้าลูกจะได้1 ขวบแล้วค่ะ

    1.การสร้างวินัยเชิงบวกเริ่มได้ตั้งแต่เด็กใช้มือเป็นหรือตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และไม่มีจุดสิ้นสุดในการฝึกวินัย เพราะทุกวันนี้ เราไปทำงานก็ยังต้องมีวินัย
    2.สร้างต้นทุนปฏฺสัมพันธ์เชิงบวก โดยเน้นการให้ลูกเล่นกับเรา เช่น จ๊ะเอ๋ ร้องเพลง เต้น เน้นการสบตาจดจ่อแม่ให้นานต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 10 นาที วันละหลายๆรอบ
    3.สร้างต้นทุนการคิดตามแบบง่ายๆ เช่น ชวนลูกดูนาฬิกาข้างฝาบ้าน ตุ๊กตาที่เล่นบ่อยๆ แล้วถามคำถามให้ลูกตอบกลับ เช่น นาฬิกาอยู่ไหน ถ้าลูกตอบได้ ปรบมือ ถ้าลูกตอบไม่ได้ก็เฉลย
    4.ถ้าเราทำ ข้อ 2และ3 มากพอ จะลดการโวยวายลงได้มาก เพราะที่ลูกโวยวาย ส่วนใหญ่จะไปหาของเล่น และลูกได้รับการเล่นกับคนไม่นานพอ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Budsakorn Klubboonson

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ฝากถามคุณหมอนะคะ เด็กบางคนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เพื่อนๆเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี และลูกก็ชอบต่อต้านการสอนจากพ่อแม่ เราควรจะมีวิธีสร้างวินัยให้ลูกอย่างไรค่ะ

    1.เข้าใจว่าลูกต้องการ การยอมรับจากเพื่อน จึงทำให้เลียนแบบพฤติกรรมจากเพื่อน
    2.กระตุ้นให้ลูกมีความเชื่อมั่นในตนเองที่ดี ด้วยการเลี้ยงลูกเชิงบวก เพราะเมื่อลูกมีความมั่นใจในตัวเองที่ดี ลูกจะไม่หวั่นไหวต่อการไม่ยอมรับจากเพื่อนที่ไม่ดีได้
    3.เมื่อเราอธิบายไปแล้วว่า พฤติกรรมต่างๆ ไม่ดีอย่างไร กระตุ้นให้ลูกแสดงความคิดเห็นด้วย
    4.พ่อแม่ต้องฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ให้ลูกมากกว่าการบอกให้ลูกทำตาม
    5.ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆทั้งในบ้านและนอกบ้าน จะเป็นต้นทุนให้ลูกในการคิดวิเคราะห์เรื่องของเพื่อนได้

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Je A Wowo

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    รบกวนถามคุณหมอค่ะ .. การสร้างวินัยเชิงบวกเริ่มได้ตั้งแต่อายุเท่าไร และไม่ควรเกินอายุเท่าไร และจะเริ่มต้นการสร้างวินัยเชิงบวกอย่างไรดีคะ

    1.การสร้างวินัยเชิงบวกเริ่มได้ตั้งแต่เด็กใช้มือเป็นหรือตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และไม่มีจุดสิ้นสุดในการฝึกวินัยนะคะ
    2..สร้างต้นทุนปฏฺสัมพันธ์เชิงบวก โดยเน้นการให้ลูกเล่นกับเรา เช่น จ๊ะเอ๋ ร้องเพลง เต้น เน้นการสบตาจดจ่อแม่ให้นานต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 10 นาที วันละหลายๆรอบ
    3.สร้างต้นทุนการคิดตามแบบง่ายๆ เช่น ชวนลูกดูนาฬิกาข้างฝาบ้าน ตุ๊กตาที่เล่นบ่อยๆ แล้วถามคำถามให้ลูกตอบกลับ เช่น นาฬิกาอยู่ไหน ถ้าลูกตอบได้ ปรบมือ ถ้าลูกตอบไม่ได้ก็เฉลย
    4.ถ้าเราทำ ข้อ 2และ3 มากพอ จะลดการโวยวายลงได้มาก เพราะที่ลูกโวยวาย ส่วนใหญ่จะไปหาของเล่น และลูกได้รับการเล่นกับคนไม่นานพอ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • ศันสนีย์ เเข็งเเรง

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : 10เดือน
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ฝากถามคุณหมอคะการสร้างวินัยเชิงบวกสำหรับเด็กควรเริ่มตั้งแต่กี่ขวบและไม่เกินกี่ขวบคะ ถ้าเด็ก 10 เดือน เริ่มมีอารมณ์เอาแต่ใจเขาจะร้องดังขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่มาอุ้มเขา แม่ควรจะมีวิธีการอย่างไรให้เขามีอาการแบบนี้ลดลงคะ และเด็กที่โตแล้ว 8 ขวบ จะมีวิธีการสร้างวินัยเชิงบวกแบบไหนดี เพราะเขาจะเริ่มไม่ฟังและเถียง มีความคิดเห็นคนละแบบค่ะ

    1.การสร้างวินัยเชิงบวกเริ่มได้ตั้งแต่เด็กใช้มือเป็นหรือตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และไม่มีจุดสิ้นสุดในการฝึกวินัย เพราะทุกวันนี้ เราไปทำงานก็ยังต้องมีวินัย
    2.สร้างต้นทุนปฏฺสัมพันธ์เชิงบวก โดยเน้นการให้ลูกเล่นกับเรา เช่น จ๊ะเอ๋ ร้องเพลง เต้น เน้นการสบตาจดจ่อแม่ให้นานต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 10 นาที วันละหลายๆรอบ
    3.สร้างต้นทุนการคิดตามแบบง่ายๆ เช่น ชวนลูกดูนาฬิกาข้างฝาบ้าน ตุ๊กตาที่เล่นบ่อยๆ แล้วถามคำถามให้ลูกตอบกลับ เช่น นาฬิกาอยู่ไหน ถ้าลูกตอบได้ ปรบมือ ถ้าลูกตอบไม่ได้ก็เฉลย
    4.ถ้าเราทำ ข้อ 2และ3 มากพอ จะลดการโวยวายลงได้มาก เพราะที่ลูกโวยวาย ส่วนใหญ่จะไปหาของเล่น และลูกได้รับการเล่นกับคนไม่นานพอ
    5.กรณีเกิดเหตุการณ์ไปแล้ว ให้ทำ ข้อ 2 หรือ 3 อย่างใดอย่างหนึ่ง

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Je A Wowo

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ฝากสอบถามคุณหมอค่ะ ถ้าช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องไปทำงานลูกต้องอยู่กับญาติ หรือบุคคลอื่นที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างวินัยเชิงบวก มีแต่เพียงคุณแม่ที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ จะทำให้พฤติกรรมของลูกเป็นเชิงบวกได้ไหมคะ

    สามารถทำได้ค่ะ ช่วงเวลาที่คุณแม่ได้อยู่กับลูก ต้องใช้เวลากับลูกมาก ๆ สร้างต้นทุนปฏฺสัมพันธ์เชิงบวกให้มาก ๆ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี และต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และทำสิ่งนั้นให้เหมือนกันทุกครั้ง เช่น สอนลูกให้เก็บที่นอนหลังจากตื่นนอนทุกครั้ง แต่คุณพ่อคุณแม่กลับปล่อยปละละเลย ปล่อยให้ลูกทำบ้าง ไม่ทำบ้าง ลูกก็จะขาดการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ไม่บังคับให้ลูกทำ ให้ใช้วิธีการโน้มน้าวให้ลูกทำด้วยความเต็มใจ เช่น การเก็บที่นอน ควรสอนลูกให้เห็นประโยชน์ของการเก็บที่นอนให้เป็นระเบียบ ชมเชยให้กำลังใจ จะเป็นแรงเสริมให้ลูก ทำตามระเบียบวินัยอย่างเต็มใจและอยากจะทำอีกเรื่อยๆ เลี่ยงการทำโทษ เพราะจะทำให้ลูกต่อต้าน และถ้าทำได้ แนะนำให้ทุกๆคนในบ้านสอนลูกไปในทิศทางเดียวกัน

    Hi-Family Careline

  • ศยามล สังฆพันธ์

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องชื่อสิงโตค่ะ อายุ 2ปี 4เดือน ค่ะน้องเป็นเด็ก เก่ง ฉลาดค้ะ น้องมีความจำดีมาก เวลาน้องใด้ยินคนอื่นพูดไม่ดี ไม่เพระน้องจะจำและเอามาพูดอะค่ะ ทำไงถึงจะแก้ได้ค่ะ ทุกวันนี้น้องพูดไม่เพระเลยค้ะ และน้องทำกิริญามารญาติไม่เหมาะสมเลยค่ะ

    1.ถ้าแก้ผู้ใหญ่ได้ ขอความร่วมมือจากผู้ใหญ่
    2.คุณแม่ต้องลุกขึ้นมาใส่ต้นทุน ให้ทดแทนด้วยคำพูดที่ดูเร้าใจ ก็จะสามารถทดแทนได้ เช่น ชวนลูกเต้นระบำและส่งเสียงเย่เย่ ชวนลูกเตะบอลแล้วส่งเสียงสุดยอด ชวนลูกกวาดบ้านแล้วส่งเสียงเก่งมาก
    3.เด็กวัยนี้ชอบเลียนแบบและจดจำ ถ้าคุณแม่ใส่ข้อมูลใหม่ดังกล่าวมากพอก็จะลบข้อมูลเก่าได้ ซึ่งได้ดีกว่าการอธิบายด้วยซ้ำ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Sayamol Sangkhaphan

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องชื่อสิงโตค่ะ อายุ 2ปี 4เดือน ค่ะน้องเป็นเด็ก เก่ง ฉลาดค้ะ น้องมีความจำดีมาก เวลาน้องใด้ยินคนอื่นพูดไม่ดี ไม่เพระน้องจะจำและเอามาพูดอะค่ะ ทำไงถึงจะแก้ได้ค่ะ ทุกวันนี้น้องพูดไม่เพระเลยค้ะ และน้องทำกิริญามารญาติไม่เหมาะสมเลยค่ะ

    1.ถ้าแก้ผู้ใหญ่ได้ ขอความร่วมมือจากผู้ใหญ่
    2.คุณแม่ต้องลุกขึ้นมาใส่ต้นทุน ให้ทดแทนด้วยคำพูดที่ดูเร้าใจ ก็จะสามารถทดแทนได้ เช่น ชวนลูกเต้นระบำและส่งเสียงเย่เย่ ชวนลูกเตะบอลแล้วส่งเสียงสุดยอด ชวนลูกกวาดบ้านแล้วส่งเสียงเก่งมาก
    3.เด็กวัยนี้ชอบเลียนแบบและจดจำ ถ้าคุณแม่ใส่ข้อมูลใหม่ดังกล่าวมากพอก็จะลบข้อมูลเก่าได้ ซึ่งได้ดีกว่าการอธิบายด้วยซ้ำ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Je A Wowo

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ถ้าอายุ 4 ขวบแล้ว จะสอนวินัยเชิงบวก ยังทันไหมคะ

    ยังทันค่ะ การสร้างวินัยเชิงบวกเริ่มได้ตั้งแต่เด็กใช้มือเป็นหรือตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และไม่มีจุดสิ้นสุดในการฝึกวินัยค่ะ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Sudadao Sutthipong

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องชื่อเซี้ยง เพศชาย อายุ 6 เดือนค่ะ อยากฝึกให้น้อง แต่ไม่ทราบว่าเค้าเป็นเด็กเล็ก ควรจะเริ่มฝึกอย่างไรก่อน และถ้าเค้ายังไม่เข้าใจ เราควรใช้วิธีใดในการอธิบายให้เด็กเล็กๆเข้าใจคะ

    การฝึกวินัยของเด็กวัย 6 เดือน ฝึกได้จากการกิน นอน ของเด็ก ให้ฝึกให้เป็นเวลา ไม่ต้องตื่นมากินนมมื้อดึก การกินการนอนถือเป็นวินัยเริ่มต้นของลูกค่ะ

    Hi-Family Careline

  • Sudadao Sutthipong

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    เซี้ยง 6 เดือน เพศชาย ที่คุณหมอบอกว่าเด็กเล็กๆ ทำอะไรซ้ำๆ ถ้าเค้าฟังยังไม่รุ้เรื่อง การตีหรือดุเค้า ควรทำไหมคะ เพราะแม่คิดว่าการชมอย่างเดียว ก็กลัวจะทำให้เค้าไม่รู้จักคำว่าผิด ไม่รุ้จักการถุกตำหนิ หรือการโดนลงโทษคะ ถ้าเราต้องการลงโทษเด็กเล็กๆ เราควรจะทำยังไงคะ

    1.ลูกอายุ 6 เดือนยังไม่มีอะไรที่คิดว่าจะเป็นความผิด เพราะเด็กยังเล็ก ยังไม่เข้าใจว่าสิ่งใดผิด ถูก
    2.ขอตอบคำถามเรื่องชมในเด็กที่โต ยังไม่ใช่ลูกน้อยวัยของคุณแม่ ดังนี้ การชม ต้องชมระบุพฤติกรรมและตามจริง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการที่ทำให้เด็กไม่รู้จักความผิดเลย และการที่เด็กทำผิด พ่อแม่กระตุ้นให้เขาเรียนรู้บทเรียนและตัดสินใจใหม่ จะช่วยพัฒนาสมองให้ฟันฝ่าอุปสรรคได้ดีกว่าการตีและดุอย่างเดียว

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • วลัยรัตน์ หัตถสาร

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    สวัสดีค่ะตอนนี้น้อง1ปี8เดือนอยากฝึกวินัยให้น้องเราต้องมีวิธีไหนได้บ้างค่ะ

    ขั้นตอนการฝึกวินัย ทำได้โดย
    1.การทำให้ดูเป็นตัวอย่าง
    2. การสอนให้ทำ
    3. การเปิดโอกาสให้ฝึกฝน
    4. การให้กำลังใจ
    5.การชมเชยและให้คุณค่าในสิ่งที่เขาทำสำเร็จ

    Hi-Family Careline

  • น้องเฟริส กะน้องฟ้าใส

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องชื่ออิคคิว 5 ขวบ ชอบดูยูปในมือถือถ้าไม่ให้จะร้องไห้จะมีวิธีแก้ไขยังไงค่ะ

    วิธีการ มี 2 ข้อ คือ
    1.ทำข้อตกลงกับลูกก่อนว่า ดูได้เท่าไร และทำตามข้อตกลง
    2.ดูว่าลูกมีกิจกรรมอื่นๆ ทำหรือไม่ ได้วิ่งเล่น เตะบอล เด็กได้พัฒนาศักยภาพที่ควรเป็นหรือไม่ เวลาอยู่ในบ้านมีงานมือ ทำหรือไม่
    งานมือ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
    1.งานมือกลุ่มตรรกะ เช่น ต่อจิ๊กซอว์ตามแบบ งานประดิษฐ์ตามแบบ
    2.งานมือกลุ่มความคิดสร้างสรรค์ เช่น ต่อตัวต่อตามจินตนาการ งานประดิษฐ์ตามจินตนาการ
    หากลูกทำงานมือน้อย คุณแม่ต้องชักชวนลูกทำงานมือ โดยทำปฏิสัมพันธ์เชิงบวก กระตุ้นให้คิด ชี้แนะ ช่วยเหลือ อธิบายชม ตอบสนองให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่ภูมิใจเขา ใส่ใจ และเข้าใจเขา ลูกก็จะอยากทำกิจกรรมมากกว่าดูยูทูป ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ ต้องมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับลูกให้มากๆ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • นู๋แพทตี้ไง จะใครล่ะ

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องชื่ออิคคิว 5 ขวบ ชอบดูยูปในมือถือถ้าไม่ให้จะร้องไห้จะมีวิธีแก้ไขยังไงคะ

    วิธีการ มี 2 ข้อ คือ
    1.ทำข้อตกลงกับลูกก่อนว่า ดูได้เท่าไร และทำตามข้อตกลง
    2.ดูว่าลูกมีกิจกรรมอื่นๆ ทำหรือไม่ ได้วิ่งเล่น เตะบอล เด็กได้พัฒนาศักยภาพที่ควรเป็นหรือไม่ เวลาอยู่ในบ้านมีงานมือ ทำหรือไม่
    งานมือ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
    1.งานมือกลุ่มตรรกะ เช่น ต่อจิ๊กซอว์ตามแบบ งานประดิษฐ์ตามแบบ
    2.งานมือกลุ่มความคิดสร้างสรรค์ เช่น ต่อตัวต่อตามจินตนาการ งานประดิษฐ์ตามจินตนาการ
    หากลูกทำงานมือน้อย คุณแม่ต้องชักชวนลูกทำงานมือ โดยทำปฏิสัมพันธ์เชิงบวก กระตุ้นให้คิด ชี้แนะ ช่วยเหลือ อธิบายชม ตอบสนองให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่ภูมิใจเขา ใส่ใจ และเข้าใจเขา ลูกก็จะอยากทำกิจกรรมมากกว่าดูยูทูป ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ ต้องมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับลูกให้มากๆ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Piipapzii Boosuk

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    จะเริ่มฝึกวินัยให้ลูกควรเริ่มตอนลูกอายุเท่าไหร่ค่ะ

    เริ่มฝึกตั้งแต่เด็กเริ่มใช้มือหยิบจับเป็น หรือเด็กมีอายุ 1 ปีขึ้นไปค่ะ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Voralux Jangsakul

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องธันวา 2 ขวบ 9 เดือนอยากทราบว่าจะให้น้องชอบทำการบ้านยังไงดีค่ะ

    ถ้าลูกอยู่ในวัยประถม ชวนลูกคุยตอนลูกอารมณ์ดี บอกสิ่งที่เราต้องการและเรารู้สึกให้ลูกฟัง (I message) เช่น แม่เป็นห่วงเวลาที่หนูเรียนหนังสือ แล้วหนูไม่ได้ตั้งใจฟังคุณครู หนูจะเรียนไม่เข้าใจ จะทำให้ทำการบ้านยากและตอนติวสอบยิ่งยากมากขึ้น วันนี้แม่อยากชวนหนูมาวางแผนหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการทำการบ้าน การเรียน ตามด้วยการตั้งคำถามว่าหนูคิดอย่างไร
    ประเด็นคือ เราอยากให้ลูกเข้าใจว่าเรามาเพื่อช่วย การฟังลูกก่อนเป็นบทพิสูจน์แรกว่าเรามาเพื่อช่วย ไมได้มาเพื่อจัดการ เมื่อคุณแม่ฟังลูกเล่าแล้ว
    1.ต้องมาสรุปเป็นกติกาว่าอย่างไร โดยส่วนตัว หมอวางไว้คร่าวๆ ว่า เราต้องฝึกลูกรับผิดชอบก่อนสบาย ให้ลูกทำทุกสิ่งก่อนไปเล่นหรือก่อนดูการ์ตูน
    2.ช่วยแก้ปัญหาที่มีในโรงเรียนของลูก เช่น ลูกไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ต้องช่วยลูกฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างไร เพราะหลายครั้งที่ลูกไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • นุ้ย นุ้ย

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ตอนนี้ลูก 6 ขวบ ชอบต่อรอง เราบอกว่าให้ดูแค่ 2 เค้าต้องต่อรองมาขอ 3

    1.ต้องดูว่า กติกาของเราละเอียดพอหรือไม่ เช่น อธิบายกับลูกว่า ทำไมต้องดู และกำหนดหรือยังว่าดูได้แค่ 2
    2.การกำหนดกติกา มีความหมายว่า พ่อแม่เป็นคนมีเหตุผลไม่ใช่ตั้งกติกาตามใจแม่ เช่น เราประเมินแล้วว่า 2 ตอนเท่ากับครึ่งชม.และอยูในข้อกำหนดของสมาคมกุมารแพทย์แนะนำ(ครึ่ง- 1 ชม.ต่อวัน)และเป็นวันจันทร์-ศุกร์ ที่ลูกยังทำการบานไม่เสแร็จ เราก็บอกลูกว่าต่อรองไม่ได้ด้วยเหตุผลดังกล่าว แต่ถ้าเป็นวันหยุดก็ยืดหยุ่นได้

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Suprapha Toiparn

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    อยากฝึกให้ลูกมีวินัย ควรเริ่มจากอะไรก่อนค่ะ

    1.พ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี
    2.ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และทำสิ่งนั้นให้เหมือนกันทุกครั้ง เช่น สอนลูกให้เก็บที่นอนหลังจากตื่นนอนทุกครั้ง แต่คุณพ่อคุณแม่กลับปล่อยปละละเลย ปล่อยให้ลูกทำบ้าง ไม่ทำบ้าง ลูกก็จะขาดการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง
    3.ไม่บังคับให้ลูกทำ ให้ใช้วิธีการโน้มน้าวให้ลูกทำด้วยความเต็มใจ เช่น การเก็บที่นอน ควรสอนลูกให้เห็นประโยชน์ของการเก็บที่นอนให้เป็นระเบียบ
    4.ชมเชยให้กำลังใจ จะเป็นแรงเสริมให้ลูก ทำตามระเบียบวินัยอย่างเต็มใจและอยากจะทำอีกเรื่อยๆ
    5.เลี่ยงการทำโทษ เพราะจะทำให้ลูกต่อต้าน
    6.ทุกๆคนในบ้านสอนลูกไปในทิศทางเดียวกัน

    Hi-Family Careline

  • นุ้ย นุ้ย

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้อง 6 ขวบ ชอบออกคำสั่งให้คนอื่นหรือเพื่อนๆทำตามคะ เราอธิบายแล้ว ก็ยังไม่หายคะ ทำอย่างไรดีคะ

    การที่เด็กชอบสั่ง เพราะเห็นตัวอย่างจากผู้ใหญ่แล้วเลียนแบบ ซึ่งเมื่อเด็กสั่งผู้ใหญ่มักบอกให้เด็กพูด "ดีๆ" และไม่ยอมทำตาม พอลูกงอแงก็ตัดรำคาญด้วยการทำตามที่ลูกสั่ง จนลูกติด "สั่ง" การแก้ปัญหาให้ถามลูกว่า "หนูสั่ง หรือขอ" แล้วให้ลูกเลือก "เพราะถ้าหนูสั่ง คุณแม่ก็จะไม่ทำตาม เพราะไม่มีใครชอบถูกสั่ง" "แต่ถ้าหนูขอ คุณแม่จะคิดดูก่อนว่าทำได้ไหม" เด็กหลายคนรู้สึกว่าไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องพูด "ดีๆ" แต่เขาเลือกได้ว่า "จะสั่งหรือขอ" ก็จะร่วมมือมากขึ้น

    Hi-Family Careline

  • นุ้ย นุ้ย

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ตอนนี้ลูก 6 ขวบ ชอบต่อรอง เราบอกว่าให้ดูแค่ 2 เค้าต้องต่อรองมาขอ 3

    1.ต้องดูว่า กติกาของเราละเอียดพอหรือไม่ เช่น อธิบายกับลูกว่า ทำไมต้องดู และกำหนดหรือยังว่าดูได้แค่ 2
    2.การกำหนดกติกา มีความหมายว่า พ่อแม่เป็นคนมีเหตุผลไม่ใช่ตั้งกติกาตามใจแม่ เช่น เราประเมินแล้วว่า 2 ตอนเท่ากับครึ่งชม.และอยูในข้อกำหนดของสมาคมกุมารแพทย์แนะนำ(ครึ่ง- 1 ชม.ต่อวัน)และเป็นวันจันทร์-ศุกร์ ที่ลูกยังทำการบานไม่เสแร็จ เราก็บอกลูกว่าต่อรองไม่ได้ด้วยเหตุผลดังกล่าว แต่ถ้าเป็นวันหยุดก็ยืดหยุ่นได้

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • อินุ๋ โก๊ะจัง นรรนทรรชพร ทั้งใจ

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    สวัสดีค่ะน้องกะถิน10เดือน20วันน้องชอบเอาแต่ใจตัวเองเวลาอยากได้ของหรือขัดใจน้องจะชอบกรี๊ดหรือร้องไห้ต้องทำไงดีค่ะ

    เนื่องจากเด็กวัยนี้ ยังสื่อสารไม่ได้ จึงใช้วิธีการส่งเสียงร้องเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ ถ้าลูกกรี๊ดให้เบี่ยงเบนความสนใจลูกไปทำกิจกรรมอื่น ทำสีหน้าเรียบเฉยๆ ลูกจะเรียนรู้ว่าการกรี๊ดไม่ได้ผล ถ้ากรี๊ดเพราะต้องการของเล่นหรือแย่งของเล่น ให้เก็บของเล่น ไม่ให้เล่นต่อ เพื่อให้ลูกเรียนรู้ว่า การกรี๊ดไม่ได้ช่วยให้ได้ของเล่น และเมื่อใดที่ลูกไม่กรี๊ด มีพฤติกรรมที่ดี ให้ชมเชยพฤติกรรมนั้น เป็นการให้แรงเสริมในทางบวกกับพฤติกรรมที่ดี

    Hi-Family Careline

  • วลัยรัตน์ หัตถสาร

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องชอบเอาแต่ใจพอไม่ได้ดั่งใจร้องไห้ ขอคำปรึกษาหน่อยค่ะจะมีวิธีแก้ไหมค่ะ

    กรณีที่ลูกร้องไห้ โวยวาย ให้ทำ 3 อย่าง คือ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถ้าลูกอยู่ในสภาวะที่คุยได้ ให้สะท้อนความรู้สึก ถ้าเบี่ยงเบนความสนใจได้ให้ทำ ถ้าลูกร้องไห้โวยวายมาก ก็ต้องปล่อยให้ร้อง โดยคุณแม่ไม่โกรธ ไม่เดินหนี รออยู่ใกล้ ๆลูก ให้อยู่ในสายตาลูก ถ้าลูกมีการทำร้ายร่างกายตัวเอง ทำร้ายร่างกายผู้อื่นหรือทำลายข้าวของ ให้หยุดการเพิกเฉยสักครู่ แล้วจับมือลูกไว้ สบตาลูก และพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ หนักแน่น ไม่ดุ ตะคอก คุกคาม ว่า ไม่ตีแม่ ท่าทางของคุณแม่ จะทำให้น้องรู้ว่า กิริยาที่เขาทำนั้นไม่ควรทำ แต่คุณแม่ต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองด้วย ถ้าคุณแม่ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้จริง ๆ ให้เดินออกมาสงบอารมณ์ก่อน หรือถ้าน้องอาละวาดมาก ให้กอดรัดรวบตัวเขาไว้ โดยให้หันหน้าออกจากตัวเรา วิธีการนี้จะดีกว่าการจับมือกระชากไปมา หรือจะใช้วิธีการกอดตั้งแต่เริ่มต้นเลยก็ได้ ให้ประเมินเป็นครั้งๆไป เพราะบางครั้งการกอด จะคล้ายๆ การโอ๋หรือปลอบโยน ทำให้ลูกสงบลงโดยตัวเองลำบาก ซึ่งการประเมิน ควรดูว่าช่วงนั้นลูกก้าวร้าวรุนแรงหรือไม่ ถ้าใช่ ให้ใช้การกอด เมื่อลูกสงบค่อยคุยกับลูกว่าเกิดอะไร เพราะอะไร

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • นุสรา ธาตุวิสัย

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    อันนี้ยากมากค่ะคุณหมอชมลูกขณะที่เรากำลังมีอารมณ์หงุดหงิดอยู่

    1.ถ้าไม่ไหวจริงๆให้เราสงบนิ่งในจังหวะนั้น ไม่ระเบิดอารมณ์ใส่ลูก
    2.เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว เราพร้อมค่อยมาชมลูกทีหลัง เช่น เมื่อครู่แม่เรียกหนูมาอาบน้ำแล้วหนูก็ไป แม่ยังไม่ได้ชมเลย แม่อยากชมหนูว่าหนูเก่งจัง

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • วิไลวรรณ แก้วพินิจ

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    สวัสดีค่ะ ลูกสาวชอบเอาแต่ใจตัวเอง อยากได้อะไรก้อต้องได้ค่ะ ทำใงดีค่ะ

    1.ทำความเข้าใจกับธรรมชาติของลูก
    2.ให้ลูกหัดเรียนรู้การช่วยเหลือตัวเอง เช่น ใส่เสื้อผ้าเอง กินข้าว
    3.เวลาที่ลูกร้องไห้เมื่อไม่ได้ดั่งใจ ให้ใช้การเพิกเฉย
    4.หัดตั้งคำถามกับลูกบ่อยๆ ถามว่าลูกรู้สึกยังไงคิดยังไงกับสิ่งที่ตัวเองอยากได้ ทำไมถึงอยากได้สิ่งๆ นั้น และทำไมจะต้องเอาสิ่งๆ นั้นให้ได้
    5.เปิดโอกาสให้ลูกได้หัดตัดสินใจเองบ้าง
    6.พูดคุยกับลูกให้บ่อย เล่นกับลูก ให้ความรัก กอดลูกให้มาก ลูกจะไม่ใช้ความก้าวร้าวเป็นตัวต่อรองกับพ่อแม่

    Hi-Family Careline

  • นุสรา ธาตุวิสัย

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้อง5 ขวบและ 3 ขวบเพศหญิง ระหว่างรอให้สงบขอเข้ามากอดให้เรากอดไว้ระหว่างรอนี่ได้มั้ยคะ จำเป็นมั้ยว่าต้องให้สงบเองแบบเราแค่อยู่ตรงนั้นแต่ไม่กอด

    การกอด จะคล้ายๆ การโอ๋หรือปลอบโยน ทำให้ลูกสงบลงโดยตัวเองลำบากค่ะ จะใช้การกอดรัดลูกไว้ในกรณีลูกก้าวร้าวรุนแรง หรืออาละวาดมาก ถ้าลูกพยายามเข้ามากอดหรือให้อุ้ม ก็ควรลุกขึ้นยืนและหันไปทำอย่างอื่น แต่อย่ามีท่าทีทอดทิ้งลูก แต่เป็นท่าทีว่าเราก็มีงานอื่นทำ

    Hi-Family Careline

  • Yuy Yuy

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ลูกชาย 2 ปี 6 เดือน กำลังเข้าโรงเรียนอยากให้ลูกมีวินัยตั้งแต่อยู่บ้าน คือ ตื่นอาบน้ำ แต่งตัว กินข้าว และมีวินัยที่โรงเรียน ต้องเริ่มจากไหนค่ะ

    1.พ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี
    2.ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และทำสิ่งนั้นให้เหมือนกันทุกครั้ง เช่น สอนลูกให้เก็บที่นอนหลังจากตื่นนอนทุกครั้ง แต่คุณพ่อคุณแม่กลับปล่อยปละละเลย ปล่อยให้ลูกทำบ้าง ไม่ทำบ้าง ลูกก็จะขาดการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง
    3.ไม่บังคับให้ลูกทำ ให้ใช้วิธีการโน้มน้าวให้ลูกทำด้วยความเต็มใจ เช่น การเก็บที่นอน ควรสอนลูกให้เห็นประโยชน์ของการเก็บที่นอนให้เป็นระเบียบ
    4.ชมเชยให้กำลังใจ จะเป็นแรงเสริมให้ลูก ทำตามระเบียบวินัยอย่างเต็มใจและอยากจะทำอีกเรื่อยๆ
    5.เลี่ยงการทำโทษ เพราะจะทำให้ลูกต่อต้าน
    6.ทุกๆคนในบ้านสอนลูกไปในทิศทางเดียวกัน

    Hi-Family Careline

  • Duangnapha Lapthaworn

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องแป้ง อายุ 2.4 ปี พูดเก่ง อารมย์ดี แต่เริ่มเอาแต่ใจเวลาที่อยากได้ของอะไรถ้าไม่ได้จะร้องกรี๊ดและทำท่างทางหยิบสิ่งของนั้นๆ แล้วก็พูดว่าหนูยังไม่มีเลย หนูยังไม่ได้เยอะๆเลย พอคุณแม่เห็นลูกร้องก็อดสงสารไม่ได้ก็ต้องยอมใจอ่อน ตรงนี้มีวิธีการอย่างไรบ้างคะ

    การที่น้องมีพฤติกรรมดังกล่าว เกิดจาก ลูกเรียนรู้ว่าทำแบบไหนแล้วได้ผล เมื่อทำซ้ำแล้วยังไม่ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ ลูกก็จะเพิ่มความรุนแรงของการกระทำขึ้นไปอีก เช่น ครั้งแรกพ่อแม่พาไปเที่ยวแล้วซื้อของเล่นหรือขนมให้ลูกกิน เมื่อพาลูกออกไปอีก ลูกก็จะให้เราซื้อขนมหรือของเล่นเพิ่มให้ เมื่อไม่ได้ลูกก็จะร้องไห้ หากการร้องไห้ครั้งนี้ทำให้พ่อแม่ใจอ่อนจนทำตามสิ่งที่ลูกต้องการ ลูกก็จะเรียนรู้และเข้าใจไปเองว่า "ทำแบบนี้แล้วพ่อแม่จะยอม จึงนำพฤติกรรมนี้มาใช้ค่ะ
    การปรับพฤติกรรมนี้ ทำได้โดย
    1.พ่อแม่สอนและฝึกไม่ตามใจลูกทุกครั้งที่ร้องไห้งอแง ลูกจะโตขึ้นมาโดยไม่ติดนิสัยเหล่านี้
    2.เวลาที่ลูกร้องไห้หรือลงไปนอนดิ้น เมื่อไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ สิ่งแรกที่พ่อแม่ต้องทำ คือ พาลูกออกมาจากสิ่งที่เขาต้องการ เช่น ร้านขนม ร้านของเล่น โดยไม่ต้องไปโวยวาย ไปดุด่าว่าลูก ถ้าลูกจะร้องไห้ โวยวายหรือลงไปนอนดิ้น ให้เพิกเฉย เมื่อลูกเริ่มสงบหรืออารมณ์ดีขึ้น พ่อแม่ ควรสอนลูกว่าเหตุใดพ่อแม่จึงไม่ซื้อหรือทำสิ่งนั้นให้ลูก แต่ไม่ควรไปดุด่าลูกอีก แค่บอกเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ทำหรือซื้อสิ่งนั้นให้ก็พอค่ะ
    3.หัดตั้งคำถามกับลูกบ่อยๆ ตอนที่ลูกอารมณ์ดี ๆ ว่าลูกคิดยังไงกับสิ่งที่ตัวเองอยากได้ ทำไมถึงอยากได้สิ่งๆ นั้น และทำไมจะต้องเอาสิ่งๆ นั้นให้ได้
    4.พูดคุยกับลูกบ่อย ๆ มีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับลูกมาก ๆ พ่อแม่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวและเป็น "ของเล่น" ที่ดีที่สุดสำหรับลูก หากพ่อแม่พูดคุยกับลูกสม่ำเสมอ เล่นกับลูก ให้ความรัก กอดลูกให้มาก ลูกจะไม่ใช้ความก้าวร้าวเป็นตัวต่อรองกับพ่อแม่

    Hi-Family Careline

  • Kodchanok Panyarat

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    สวัสดีคะ น้องอายุได้4เดือนละคะ
    น้องเริ่มมีอารมณ์ตอบสนองในเวลาที่ไม่พอใจ ร้องไห้เสียงดัง อยากทราบวิธีแก้ปัญหานี้อะคะ

    เนื่องจากเด็กวัยนี้ ยังสื่อสารไม่ได้ จึงใช้วิธีการส่งเสียงร้องเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ ถ้าลูกกรี๊ดให้เบี่ยงเบนความสนใจลูกไปทำกิจกรรมอื่น ทำสีหน้าเรียบเฉยๆ ลูกจะเรียนรู้ว่าการกรี๊ดไม่ได้ผล ถ้ากรี๊ดเพราะต้องการของเล่นหรือแย่งของเล่น ให้เก็บของเล่น ไม่ให้เล่นต่อ เพื่อให้ลูกเรียนรู้ว่า การกรี๊ดไม่ได้ช่วยให้ได้ของเล่น และเมื่อใดที่ลูกไม่กรี๊ด มีพฤติกรรมที่ดี ให้ชมเชยพฤติกรรมนั้น เป็นการให้แรงเสริมในทางบวกกับพฤติกรรมที่ดี

    Hi-Family Careline

  • สตาร์ แล้วไง

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องชื่อน้องเงินหมื่นค่ะ อายุ 1 ปี 6 เดีอน อยากจะฝึกวินัยให้กับน้องค่ะ เราต้องมีวิธีไหนคะ

    เด็ก 1 ปีขึ้นไป สามารถฝึกวินัยในการรับประทานอาหาร และวินัยในการนอน เช่น การนอน ให้นอนเป็นเวลา งดนมมื้อดึก และให้หลับยาวถึงเช้า ฝึกให้รับประทานอาหารตามเวลา ถึงเวลาก็ต้องรับประทานอาหาร หากครบเวลายังไม่รับประทานอาหารให้หมด ก็ให้เก็บจาน แล้วให้รอรับประทานอาหารในมื้อต่อไป เมื่อทำซ้ำๆบ่อยๆ ลูกจะเรียนรู้ว่าต้องทำอะไร ทำให้เกิดวินัยขึ้นได้ค่ะ

    Hi-Family Careline

  • ธีรติกานต์ กัญญาณัฐ

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    บางทีลูกก้อเอาแต่ใจ ไม่พอใจ เดินหนี บางทีแม่บอกให้วางเทปแลต เด็กน้อยวัย6ขวบ

    วิธีการ มี 2 ข้อ คือ
    1.ทำข้อตกลงกับลูกก่อนว่า ดูหรือเล่นได้เท่าไร และทำตามข้อตกลง
    2.ดูว่าลูกมีกิจกรรมอื่นๆทำหรือไม่ ได้วิ่งเล่น เตะบอล เด็กได้พัฒนาศักยภาพที่ควรเป็นหรือไม่ เวลาอยู่ในบ้านมีงานมือ ทำหรือไม่
    งานมือ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
    1.งานมือกลุ่มตรรกะ เช่น ต่อจิ๊กซอว์ตามแบบ งานประดิษฐ์ตามแบบ
    2.งานมือกลุ่มความคิดสร้างสรรค์ เช่น ต่อตัวต่อตามจินตนาการ งานประดิษฐ์ตามจินตนาการ
    หากลูกทำงานมือน้อย คุณแม่ต้องชักชวนลูกทำงานมือ โดยทำปฏิสัมพันธ์เชิงบวก กระตุ้นให้คิด ชี้แนะ ช่วยเหลือ อธิบายชม ตอบสนองให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่ภูมิใจเขา ใส่ใจ และเข้าใจเขา ลูกก็จะอยากทำกิจกรรมมากกว่าดูยูทูป ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ ต้องมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับลูกให้มากๆ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Nuukes Yuwatida

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    สวัสดีค่ะคุณหมอ ขออนุญาตสอบถามคุณหมอเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกน้อย ในเรื่องของการสร้างวินัยการนั่งกระโถนของน้องหน่อยค่ะ น้องเป็นเด็กผู้หญิง อายุ 2 ขวบ ตอนนี้คุณแม่พยายามจะฝึกให้น้องนั่งกระโถน แต่น้องไม่ยอมนั่งเลยค่ะ เวลาน้องนั่งจะชอบนั่งเล่นแต่ไม่ยอมขับถ่ายใส่กระโถน แล้วพอลุกจากกระโถนแล้วจะชอบขับถ่ายเรี่ยราดไปหมดเลยค่ะ แบบนี้ต้องแก้ไข หรือสร้างวินัยอย่างไรได้บ้างคะ

    สร้างสถานการณ์ การอึแบบใหม่ด้วยแนวทางเชิงบวก โดยสังเกตว่าลูกปวดอึเวลาไหน และชักชวนลูกไปอึที่ห้องน้ำ ด้วยท่าทีน่าสนใจ ใช้ตุ๊กตาที่ลูกชอบมาร่วมชวนด้วยก็ได้ ถ้าลูกมาให้ชื่นชม ถ้าลูกไม่มาก็อย่าดุ บอกลูกว่า เดี๋ยวแม่ชวนหนูมาใหม่นะ ทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ จะสำเร็จ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Kob Jantarat

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    สวัสดีค่ะคุณหมอน้องอายุ 3 เดือนเราควรหาของเล่นแบบไหนให้น้องค่ะ

    ของเล่นที่ดีที่สุดของลูก คือ คุณพ่อคุณแม่ค่ะ เด็กวัยนี้จะเรียนรู้ผ่านการมองและฟัง สามารถส่งเสียงอ้อแอ้ได้ เมื่อมีคนพูดด้วยจะชะงักและทำหน้าตาว่าได้ยิน และขยับตัวตามจังหวะได้ คุณพ่อคุณแม่ควรคุยเล่นกับลูกบ่อย ๆ เพื่อให้ลูกคุ้นชินกับเสียงของคุณ เวลาพูดก็เน้นประโยคสั้น ๆ พูดแล้วเว้นจังหวะให้ลูกตอบสนอง ลูกจะค่อยๆจับจังหวะในการสื่อสาร พยายามสื่อสารกับลูกบ่อย ๆ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนช้าๆ ชัด ๆ

    Hi-Family Careline

  • Noon Sunida

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ลูก 3.7 ขวบ. เล่นแล้วมันเขี้ยวกัดเพื่อน แก้ไขยังไงคะ

    สะท้อนกลับพฤติกรรมที่ลูกแสดงออกมา บอกลูกว่าแม่รู้ว่าหนูโกรธแต่หนูจะกัดเพื่อนไม่ได้ หากลูกกรีดร้อง ร้องไห้ ก่อนที่คุณแม่จะช่วยเพื่อนลูกที่ถูกกัดให้พูดกับลูกว่า แม่ต้องการให้หนูเงียบเดี๋ยวนี้ แม่จะช่วยน้อง... ก่อนและเมื่อแม่กลับมาแม่หวังว่าหนูจะหยุดร้อง ส่วนใหญ่วิธีนี้จะได้ผล ลูกจะสงบและเมื่อลูกกลับมาเราให้เราชมลูกและพูดว่า หนูเก่งมากที่ไม่ร้องแล้ว เราไม่ใช่ปากในการกัดน้อง.... มันทำให้น้อง......เจ็บและน้อง......จะเสียใจ ไม่สนุกด้วย บอกลูกว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้อีก แม่จะไปที่อื่น และเมื่อเกิดขึ้นอีกโดยที่ลูกไม่สามารถสงบได้ ให้คุณแม่เพิกเฉยต่อการกระแทกตัวหรือโยเย(แต่ให้อยู่ในสายตา) เด็กส่วนใหญ่จะหยุดพฤติกรรมนั้นๆหากไม่มีผู้สนใจ ถ้าลูกกัดเพื่อเรียกร้องความสนใจ คุณพ่อคุณแม่ลดความสนใจในตัวลูก แล้วแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจคนที่ถูกกัดแทน ขณะเดียวกัน เวลาที่ลูกเล่นกับคนอื่นๆโดยไม่กัด ให้ชื่นชม และแสดงออกถึงความสนใจในตัวลูก ลูกก็จะเรียนรู้ว่าควรทำสิ่งไหน

    Hi-Family Careline

  • Petra Kambamrung

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    สวัสดีคะ. ลูกกลัวเพื่อนไม่รักคะ

    1.เข้าใจว่าลูกต้องการ การยอมรับจากเพื่อน
    2.กระตุ้นให้ลูกมีความเชื่อมั่นในตนเองที่ดี ด้วยการเลี้ยงลูกเชิงบวก เพราะเมื่อลูกมีความมั่นใจในตัวเองที่ดี ลูกจะไม่หวั่นไหวต่อการไม่ยอมรับจากเพื่อน
    3. กระตุ้นให้ลูกแสดงความคิดเห็น
    4.พ่อแม่ต้องฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ให้ลูกมากกว่าการบอกให้ลูกทำตาม
    5.ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆทั้งในบ้านและนอกบ้าน จะเป็นต้นทุนให้ลูกในการคิดวิเคราะห์เรื่องของเพื่อนได้

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Sudadao Sutthipong

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    การที่เรามีการสร้างกฎกติกาให้กับเด็ก เช่น ถ้าหนูทำดี ทำอะไรเอง แม่จะให้ดาว ถ้าครบ 10 ดวง แม่จะให้ของเล่นชิ้นนึง หรือพาเค้าไปเที่ยวโดยให้เค้าเป็นคนเลือกเอง เป็นคนร่วมสร้างกติกา การที่เราทำแบบนี้ จะทำให้เด็กเป็นคนที่ทำอะไรต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ข้อต่อรองไหมค่ะ คือ เป็นห่วงอนาคตว่า ถ้าพอไม่มีอะไรมาแลกเปลี่ยนแล้ว เค้าจะไม่ยอมทำ แล้วถ้าเป็นผู้ใหญ่ไป หากไม่มีอะไรมาแลกเปลี่ยน ผลงานก็จะไม่เกิด อยากให้คุณหมอแนะนำด้วยว่า การสร้างกฎกติกาที่ถูกที่ควร ที่เหมาะสม และไม่ทำให้เค้าติดเป็นนิสัย เราต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ อันนี้ถามให้น้องข้างบ้างค่ะ อายุ 4 ขวบ เพศหญิง ชื่อต้นหอม เพราะเห็นน้องจะทำอะไรก็จะถามแม่ตลอดว่า ถ้าทำแล้วจะได้ของอะไรบ้าง เลยกลัวเลยค่ะ

    วินัยเชิงบวกไม่ใช่ข้อแลกเปลี่ยน ต้องอธิบายเหตุผลว่าสิ่งที่ถูกต้องคืออะไร ไม่ใช่เอาสิ่งของหรือข้อแลกเปลี่ยนมากำหนดมาสร้างกติกา
    ส่วนกรณีทำดีแล้วให้รางวัลเป็นอีกเรื่องหนึ่ง บางเรื่องที่ทำเป็นเรื่องของวินัยไม่ต้องให้ของรางวัล แต่บางเรื่องเป็นเรื่องของความดีสำหรับเด็ก 4 ปี ก็ไม่จำเป็นต้องให้รางวัลเป็นสิ่งของ เช่น หนูน่ารักมากเลย หนูช่วยแม่เก็บของ แค่คำชมก็เป็นรางวัลแล้ว ถ้าอยากให้รางวัลเพราะลูกทำดี คุณแม่อาจจะให้เป็นครั้งคราว แต่ไม่ใช้การสร้างเป็นกติกาว่าทำสิ่งนั้นสิ่งนี้แล้วจะได้ของ เช่น อาจจะผ่านไป 1-2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน แล้วบอกลูกว่า คุณแม่เห็นว่าหนูน่ารักมากหลายเรื่อง วันนี้คุณแม่พาหนูไปเที่ยวแล้วกัน
    ส่วนการสะสมสติกเกอร์หรือการสะสมคะแนน จริงๆใช้สำหรับกรณีที่พฤติกรรมนั้นเปลี่ยนแปลงยากและมีปัญหาจริง ๆ แต่ต้องทำควบคู่กับระบบของวินัยร่วมด้วย

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • วรยา สารสุวรรณ์

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ลูก4ขวบแฝดชายหญิง ถ้าลูกจะดูโทรศัพท์ให้ดูตอนไหนดีได้ทุกวันไหมนานแค่ไหนค่ะ

    สมาคมกุมารแพทย์ของประเทศไทย แนะนำว่าเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่ควรดูสื่ออิเล็กทรอนิกส์ใดๆเลยและเด็กที่อายุเกิน 2 ปี ก็ควรดูไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน โดยผู้ปกครองต้องเลือกรายการที่เหมาะสมและอยู่ร่วมกับเด็ก เพื่อมีปฏิสัมพันธ์และสื่อสารกับเด็กไปด้วย แต่หากเด็กมีปัญหาด้านการสื่อสารหรือทักษะทางสังคมควรงดดู

    Hi-Family Careline

  • Karnsiri Boonyaveranuwat

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องเกล 6 เดือน เพศหญิง น้องเป็นคนใจร้อนค่ะ จะฝึกน้องยังไงคะ เพราะน้องยังเล็กอยู่ค่ะ

    เนื่องจากเด็กวัยนี้ ยังสื่อสารไม่ได้ จึงใช้วิธีการส่งเสียงร้องเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ ถ้าลูกกรี๊ดให้เบี่ยงเบนความสนใจลูกไปทำกิจกรรมอื่น ทำสีหน้าเรียบเฉยๆ ลูกจะเรียนรู้ว่าการกรี๊ดไม่ได้ผล ถ้ากรี๊ดเพราะต้องการของเล่นหรือแย่งของเล่น ให้เก็บของเล่น ไม่ให้เล่นต่อ เพื่อให้ลูกเรียนรู้ว่า การกรี๊ดไม่ได้ช่วยให้ได้ของเล่น และเมื่อใดที่ลูกไม่กรี๊ด มีพฤติกรรมที่ดี ให้ชมเชยพฤติกรรมนั้น เป็นการให้แรงเสริมในทางบวกกับพฤติกรรมที่ดี

    Hi-Family Careline

  • Nui Nipaporn

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ลูกสาว 6 ขวบ มีนิสัยค่อนข้างใจร้อนค่ะ และเวลามัดผมแต่งตัวให้แกก็จะไม่ค่อยนิ่ง เดี๋ยวก็จับนั่นนี่ ยุกยิกอยู่บ่อยๆ แบบนี้ถือว่าเป็นสมาธิสั้นหรือเปล่าคะ

    อาการที่เข้าข่ายสมาธิสั้น คือ ภาวะที่เด็กมีพฤติกรรมเหล่านี้
    1.ไฮเปอร์ คือ ซุกซน ไม่อยู่นิ่ง เคลื่อนไหวตลอดเวลา ยุกยิก พลังเยอะ ซน พูดมาก
    2.ขาดสมาธิ จดจ่ออะไรนานๆ ไม่ได้ เบื่อง่าย วอกแวก เหม่อบ่อย ทำงานไม่เสร็จ ขี้ลืม
    3.หุนหันพลันแล่น ขาดความยับยั้งชั่งใจ อดทนรอคอยไม่ได้ พูดแทรก พูดโพล่ง ใจร้อน
    โดยธรรมชาติ เด็ก ๆ จะอยู่นิ่ง ๆได้ยาก เด็กแต่ละวัยจะมีสมาธิไม่เท่ากัน ช่วงประถมต้น จะมีสมาธิได้นานประมาณ 15-30 นาทีขึ้นไปค่ะ หากสงสัยว่าน้องสมาธิสั้น ควรได้รับการตรวจเพื่อยืนยันว่าเป็นสมาธิสั้นหรือไม่ จากกุมารแพทย์
    สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ ได้แก่
    1.ฝึกให้เด็กควบคุมตนเอง โดยจัดกิจวัตรประจำวันของเด็กให้เป็นไปอย่างสม่ำเสมอตามเวลาที่กำหนดไว้
    2.ฝึกฝนให้เด็กมีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานที่กำลังทำได้ต่อเนื่อง ประมาณ 20 - 30 นาที โดยเน้นให้เด็กนั่งอยู่กับที่ ทำงานจนเสร็จ โดยไม่ลุกเดินไปไหน ซึ่งในช่วงแรกพ่อแม่ควรควบคุมอย่างใกล้ชิด และคอยช่วยเหลือ เพื่อให้เด็กทำได้สำเร็จ
    3.พ่อแม่ควรให้ความสนใจเมื่อลูกทำตัวดีหรือเข้ามาช่วยเหลืองานบ้านบางอย่าง เช่น ให้คำชม กอดลูก เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดความรู้สึกดีต่อตนเอง

    Hi-Family Careline

  • Anant Kab

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    คุณหมอคะ เกี่ยวหรือไม่คะ ที่คุณแม่ต้องจัดการอารมณ์ตัวเองให้ได้ก่อน จะขอปรึกษาคุณหมอได้ที่ไหน เวลาไหนที่คุณหมอลงตรวจคะ

    การที่คุณแม่จะฝึกวินัยให้ลูกนั้น ควรที่จะควบคุมอารมณ์ตนเองให้ได้ หากอารมณ์ขึ้น วีนแตก พูดทำร้ายจิตใจลูก หรือลงมือตีลูก ด่าลูก ทั้งๆที่ใจจริงก็ไม่อยากทำ ควรหาสาเหตุและแก้ไข หากไม่แน่ใจ ควรพาตัวเองไปพบจิตแพทย์เพื่อรักษาจะดีที่สุด

    Hi-Family Careline

  • Anant Kab

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    คุณหมอคะ เลี้ยงลูกชายอายุ 2.4 ปี คุณแม่มีสภาวะจิตไม่ค่อยโอเค ควรปรับที่แม่ก่อนหรือเปล่าคะ คุณหมอช่วยแนะนำนักจิตบำบัดให้หน่อยได้มั๊ยคะ

    การที่คุณแม่จะฝึกวินัยให้ลูกนั้น ควรที่จะควบคุมอารมณ์ตนเองให้ได้ หากอารมณ์ขึ้น วีนแตก พูดทำร้ายจิตใจลูก หรือลงมือตีลูก ด่าลูก ทั้งๆที่ใจจริงก็ไม่อยากทำ ควรหาสาเหตุและแก้ไข หากไม่หากไม่แน่ใจ ควรพาตัวเองไปพบจิตแพทย์เพื่อรักษาจะดีที่สุด

    Hi-Family Careline

  • Bovvii Porraween

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    เราจะมีวิธีสังเกตลูกได้อย่างไรบ้างคะว่าสมาธิสั้นหรือซนปกติคะ

    โดยปกติเด็กแต่ละวัยจะมีสมาธิไม่เท่ากันอยู่แล้ว เด็กเล็กจะมีสมาธิสั้นกว่าเด็กโต ในเด็กเล็กๆ ช่วงขวบปีแรกจะมีสมาธิไม่เกิน 2-3 นาที หลังจากนั้นจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือในช่วง 1-2 ขวบประมาณ 3-5 นาที วัยอนุบาลประมาณ 5-15 นาที และช่วงประถมต้นได้นานถึง 15-30 นาทีขึ้นไป ดังนั้นจะนำเด็กเล็กมาเปรียบเทียบกับเด็กโตไม่ได้
    โรคสมาธิสั้นจะมี 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ซนมาก สมาธิสั้น และหุนหันพลันแล่น ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีครบทั้งสามอย่าง อาจจะมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรืออาจมีครบทุกอย่างเลยก็ได้
    1.ซนมาก เด็กจะวิ่งเล่นในแต่ละวันแบบไม่หยุด ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มักชอบเล่นอะไรที่เสี่ยงๆ แผลงๆ เล่นแรง ไม่กลัวเจ็บ ยุกยิก อยู่นิ่งไม่ได้ ต้องขยับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเสมอ นั่งนิ่งๆ ไม่ได้ ต้องผุดลุกผุดนั่ง ทำท่าจะลุกตลอดเวลา
    2.สมาธิสั้น เด็กจะเหม่อ เรียกชื่อไม่หัน สั่งให้ทำแล้วไม่ทำตาม ฟังคำสั่งได้ไม่ครบ เนื่องจากเด็กจะฟังประโยคยาวๆ ได้ไม่จบ เพราะใจไม่ได้อยู่กับคนพูด จะจับได้แค่ประโยคแรกๆ ทำงานผิดพลาดบ่อย ทำการบ้านไม่เสร็จ ทำของหายบ่อยๆ เพราะจำไม่ได้ว่าวางไว้ที่ไหน
    3.หุนหันพลันแล่น เด็กจะไม่รู้จักการรอคอย ต้องตอบโต้ทันที สังเกตได้จากเด็กจะชอบพูดสวน ชอบโพล่งขึ้นมากลางการสนทนา หรือชอบแซงคิว
    หากคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกเป็นโรคสมาธิสั้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยค่ะ

    Hi-Family Careline

  • Kauteman Kausahabat

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ลูกอายุ 4 ขวบ มักเป็นคนใจร้อนชอบตามใจตัวเองเมื่อทำอะไรไม่ได้ดั่งใจก็จะร้องไห้ตะโกน อยากทราบว่ามีแนวทางแก้ไขอย่างไรบ้างให้ลูกเลิกพฤติกรรมอย่างนี้ได้บ้างค่ะ

    กรณีที่ลูกร้องไห้ โวยวาย ให้ทำ 3 อย่าง คือ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถ้าลูกอยู่ในสภาวะที่คุยได้ ให้สะท้อนความรู้สึก ถ้าเบี่ยงเบนความสนใจได้ให้ทำ ถ้าลูกร้องไห้โวยวายมาก ก็ต้องปล่อยให้ร้อง โดยคุณแม่ไม่โกรธ ไม่เดินหนี รออยู่ใกล้ ๆลูก ให้อยู่ในสายตาลูก ถ้าลูกมีการทำร้ายร่างกายตัวเอง ทำร้ายร่างกายผู้อื่นหรือทำลายข้าวของ ให้หยุดการเพิกเฉยสักครู่ แล้วจับมือลูกไว้ สบตาลูก และพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ หนักแน่น ไม่ดุ ตะคอก คุกคาม ว่า ไม่ตีแม่ ท่าทางของคุณแม่ จะทำให้น้องรู้ว่า กิริยาที่เขาทำนั้นไม่ควรทำ แต่คุณแม่ต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองด้วย ถ้าคุณแม่ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้จริง ๆ ให้เดินออกมาสงบอารมณ์ก่อน หรือถ้าน้องอาละวาดมาก ให้กอดรัดรวบตัวเขาไว้ โดยให้หันหน้าออกจากตัวเรา วิธีการนี้จะดีกว่าการจับมือกระชากไปมา หรือจะใช้วิธีการกอดตั้งแต่เริ่มต้นเลยก็ได้ ให้ประเมินเป็นครั้งๆไป เพราะบางครั้งการกอด จะคล้ายๆ การโอ๋หรือปลอบโยน ทำให้ลูกสงบลงโดยตัวเองลำบาก ซึ่งการประเมิน ควรดูว่าช่วงนั้นลูกก้าวร้าวรุนแรงหรือไม่ ถ้าใช่ ให้ใช้การกอด เมื่อลูกสงบค่อยคุยกับลูกว่าเกิดอะไร เพราะอะไร

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Kaitoon Had

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ลูกชาย 6 ขวบ ชอบเล่นแรง แก้ไขไงได้บ้างคะ

    การเล่นแรง ๆ อาจจะมีสาเหตุมาจาก เด็กเลียนแบบมาจากคนรอบข้างหรือจากโทรทัศน์ ส่วนอีกสาเหตุ เกิดจากที่เด็ก ไม่ทราบว่าเล่นแบบไหนแรงหรือไม่แรง การแก้ไข ต้องเริ่มมาจากคุณพ่อคุณแม่ที่จะต้องฝึกเล่นและสอนให้ลูกเล่นเป็นโดยคุณพ่อคุณแม่ต้องเริ่มหัดเล่นกับลูกแบบเบาๆ ไม่ใช้ความรุนแรง และเมื่อลูกเล่นด้วยแรงกลับมา คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนว่าการลงแรงแบบที่ลูกทำนั้นจะทำให้ผู้อื่นเจ็บได้ และถ้าเล่นแรงๆแบบนี้บ่อยๆ ลูกก็จะไม่มีเพื่อนเล่นอีกต่อไป ลูกต้องรู้จักใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่นด้วย เพราะถ้าเพื่อนไม่ชอบเล่นกับเราเราก็จะไม่มีเพื่อนเล่น และต้องชื่นชมลูกที่ลูกเล่นแบบไม่รุนแรงเพื่อสร้างกำลังใจให้ลูก

    Hi-Family Careline

  • Nina Han

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    อาจารย์คะเรามีวิธีกระตุ้นให้เด็กทำการบ้านหรืองานในห้องให้เร็วขึ้นบ้างคะ..ตอนนี้น้อง 8 ขวบ ทำอะไรช้าๆๆๆมากๆๆๆๆ

    ถ้าลูกอยู่ในวัยประถม ชวนลูกคุยตอนลูกอารมณ์ดี บอกสิ่งที่เราต้องการและเรารู้สึกให้ลูกฟัง (I message) เช่น แม่เป็นห่วงเวลาที่หนูเรียนหนังสือ แล้วหนูไม่ได้ตั้งใจฟังคุณครู หนูจะเรียนไม่เข้าใจ จะทำให้ทำการบ้านยากและตอนติวสอบยิ่งยากมากขึ้น วันนี้แม่อยากชวนหนูมาวางแผนหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการทำการบ้าน การเรียน ตามด้วยการตั้งคำถามว่าหนูคิดอย่างไร
    ประเด็นคือ เราอยากให้ลูกเข้าใจว่าเรามาเพื่อช่วย การฟังลูกก่อนเป็นบทพิสูจน์แรกว่าเรามาเพื่อช่วย ไมได้มาเพื่อจัดการ เมื่อคุณแม่ฟังลูกเล่าแล้ว
    1.ต้องมาสรุปเป็นกติกาว่าอย่างไร โดยส่วนตัว หมอวางไว้คร่าวๆ ว่า เราต้องฝึกลูกรับผิดชอบก่อนสบาย ให้ลูกทำทุกสิ่งก่อนไปเล่นหรือก่อนดูการ์ตูน
    2.ช่วยแก้ปัญหาที่มีในโรงเรียนของลูก เช่น ลูกไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ต้องช่วยลูกฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างไร เพราะหลายครั้งที่ลูกไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Prae Naraphong

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องมาโปรด อายุ 2.3 ปี คุยคุย อารมณ์ดี เข้ากับคนง่าย รู้จักปรับตัวกับสิ่งรอบข้าง ชอบตั้งคำถามในสิ่งต่างๆที่พบเห็นและตนสงสัย โดยจดจำคำพูดมาจากเวลาที่คุณแม่ชวนน้องคุย อยากขอคำแนะนำจากคุณหมอว่า เวลาที่เค้าเอาแต่ใจตัวเอง จะมีวิธีปราบยังไง ไม่ให้งอแงค่ะ

    เมื่อลูกร้องไห้เอาแต่ใจ ให้ทำดังนี้
    1.พ่อแม่ ต้องอารมณ์เย็น
    2.มองหน้าลูก สบตาให้ได้ และพูดด้วยเสียงนิ่ง สีหน้าเรียบอย่างจริงจัง "แม่จะรอหนูเงียบ เราถึงจะคุยกัน"
    3.เพิกเฉยลูกทั้งคำพูด ท่าที สายตา ไม่พูดซ้ำว่าลูกต้องเงียบ เพราะจะเป็นการไม่เพิกเฉยจริง รวมทั้งไม่เช็ดน้ำตาหรืออุ้ม ให้คุณพ่อ หรือคุณแม่ เบี่ยงตัวไปทำอะไรอย่างอื่น หากลูกพยายามเข้ามาให้กอดให้อุ้ม เราควรลุกขึ้นยืนและทำอย่างอื่นไป
    กรณีที่ลูกทำร้ายร่างกายคนอื่นหรือตัวเขาเอง ทำลายข้าวของ ให้จับมือลูกให้แน่นๆและมองหน้า(ต้องพยายามมองให้ได้) และพูดด้วยเสียงเรียบ นิ่งว่า "ไม่ตีแม่/ไม่โยนของ" ปล่อยมือและเฝ้าดูอีกสักครู่ เพราะเด็กอาจลุกขึ้นมาตี/โยนอีก ก็ให้ทำซ้ำ จนกว่าลูกจะหยุด ให้เรากลับมาเพิกเฉยต่อ
    4.เมื่อลูกเงียบแล้ว ให้คุยกับลูก เพื่อตอกย้ำลูกว่า เขาจะได้รับความสนใจก็เมื่อมีพฤติกรรมที่ดี และถูกเพิกเฉยเมื่อมีพฤติกรรมร้องเอาแต่ใจ พูดกับลูก ชมลูกแบบบรรยายพฤติกรรม เช่น "หนูเงียบแล้ว หนูเก่งค่ะลูก"
    ถามลูกว่า "เมื่อกี้นี้เกิดอะไรขึ้น" เปิดโอกาสให้เด็กได้ทบทวนเรื่องราวด้วยตนเองก่อน ซึ่งจะช่วยให้เด็กได้เข้าใจตนเองได้ดีกว่าการรอคำสอนอย่างเดียว เมื่อลูกเข้าใจเหตุการณ์แล้ว ถามความเห็นลูกในการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำ

    Hi-Family Careline

  • Paphada Na Ka

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ลูก 6 ขวบกว่าๆ ตอนนี้ลูกติดนิสัยไม่ดีของเพื่อนที่โรงเรียน ชอบแกล้งคนเด็กคนอื่น ควรทำอย่างไรดีคะ

    1.เข้าใจว่าลูกต้องการ การยอมรับจากเพื่อน จึงทำให้เลียนแบบพฤติกรรมจากเพื่อน
    2.กระตุ้นให้ลูกมีความเชื่อมั่นในตนเองที่ดี ด้วยการเลี้ยงลูกเชิงบวก เพราะเมื่อลูกมีความมั่นใจในตัวเองที่ดี ลูกจะไม่หวั่นไหวต่อการไม่ยอมรับจากเพื่อนที่ไม่ดีได้
    3.เมื่อเราอธิบายไปแล้วว่า พฤติกรรมต่างๆ ไม่ดีอย่างไร กระตุ้นให้ลูกแสดงความคิดเห็นด้วย
    4.พ่อแม่ต้องฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ให้ลูกมากกว่าการบอกให้ลูกทำตาม
    5.ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆทั้งในบ้านและนอกบ้าน จะเป็นต้นทุนให้ลูกในการคิดวิเคราะห์เรื่องของเพื่อนได้

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Prae Naraphong

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องมาโปรด อายุ 2.3 ปี คุยคุย อารมณ์ดี เข้ากับคนง่าย รู้จักปรับตัวกับสิ่งรอบข้าง ชอบตั้งคำถามในสิ่งต่างๆที่พบเห็นและตนสงสัย โดยจดจำคำพูดมาจากเวลาที่คุณแม่ชวนน้องคุย อยากขอคำแนะนำจากคุณหมอว่า เวลาที่เค้าเอาแต่ใจตัวเอง จะมีวิธีปราบยังไง ไม่ให้งอแงค่ะ

    กรณีที่ลูกร้องไห้ โวยวาย ให้ทำ 3 อย่าง คือ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถ้าลูกอยู่ในสภาวะที่คุยได้ ให้สะท้อนความรู้สึก ถ้าเบี่ยงเบนความสนใจได้ให้ทำ ถ้าลูกร้องไห้โวยวายมาก ก็ต้องปล่อยให้ร้อง โดยคุณแม่ไม่โกรธ ไม่เดินหนี รออยู่ใกล้ ๆลูก ให้อยู่ในสายตาลูก ถ้าลูกมีการทำร้ายร่างกายตัวเอง ทำร้ายร่างกายผู้อื่นหรือทำลายข้าวของ ให้หยุดการเพิกเฉยสักครู่ แล้วจับมือลูกไว้ สบตาลูก และพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ หนักแน่น ไม่ดุ ตะคอก คุกคาม ว่า ไม่ตีแม่ ท่าทางของคุณแม่ จะทำให้น้องรู้ว่า กิริยาที่เขาทำนั้นไม่ควรทำ แต่คุณแม่ต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองด้วย ถ้าคุณแม่ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้จริง ๆ ให้เดินออกมาสงบอารมณ์ก่อน หรือถ้าน้องอาละวาดมาก ให้กอดรัดรวบตัวเขาไว้ โดยให้หันหน้าออกจากตัวเรา วิธีการนี้จะดีกว่าการจับมือกระชากไปมา หรือจะใช้วิธีการกอดตั้งแต่เริ่มต้นเลยก็ได้ ให้ประเมินเป็นครั้งๆไป เพราะบางครั้งการกอด จะคล้ายๆ การโอ๋หรือปลอบโยน ทำให้ลูกสงบลงโดยตัวเองลำบาก ซึ่งการประเมิน ควรดูว่าช่วงนั้นลูกก้าวร้าวรุนแรงหรือไม่ ถ้าใช่ ให้ใช้การกอด เมื่อลูกสงบค่อยคุยกับลูกว่าเกิดอะไร เพราะอะไร

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • พีเจ พีเจ คร๊าบ

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้อง 7 ขวบ ชอบพูดประชด เราจะต้องทำยังไงคะ

    การที่เด็กชอบพูดประชด อาจจะเป็นเพราะเด็กรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า และไม่เคยมีใครรับฟังเขา หรือรู้สึกว่าตัวเองสำคัญมากเกินไป บางทีเด็กอาจจะไม่เข้าใจว่า คำพูดเหล่านั้นของเค้าจะส่งผลอย่างไรกับคนอื่น
    1.หากลูกพูดยอกย้อน ประชดประชัน ต้องทำให้ลูกรู้ว่าจะทำให้เค้าไม่ได้รับในสิ่งที่เค้าต้องการ เพราะจะไม่มีใครตอบสนองในสิ่งที่เค้าพูด เช่น "รู้มั้ยว่า เวลาที่หนูพูดย้อนคนอื่นจะไม่มีใครฟังหนู เพราะฉะนั้น หนูจะต้องเปลี่ยนน้ำเสียงใหม่ แม่อยากฟังในสิ่งที่หนูจะพูด ไม่ใช่ใช้น้ำเสียงแบบนี้"
    2. แนะนำวิธีที่ดีในการพูด หรือบอกให้คนอื่นเข้าใจเหตุผลของตัวเองกับลูก เช่น "ลูกสามารถที่จะไม่เห็นด้วยกับบางเรื่อง แต่ลูกต้องบอกแม่ว่า เพราะอะไรลูกถึงไม่เห็นด้วย
    3.ให้โอกาสลูกได้ขอโทษและแก้ตัวใหม่อีกครั้ง เช่น "หนูพร้อมที่จะบอกในสิ่งที่หนูต้องการกับแม่ใหม่มั้ย ลองพูดอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงที่ดีกว่าเดิม"
    4.ให้แน่ใจว่า ลูกรู้ในสิ่งที่เขาพูดย้อนหรือประชด และรู้ถึงผลที่จะกระทบคนที่ลูกพูดจาย้อนใส่ เช่น "เวลาที่ลูกใช้น้ำเสียง หรือพูดประชดประชัน ยอกย้อนกับแม่หรือคนอื่น จะไม่มีใครยอมฟังลูก แล้วหนูรู้มั๊ยว่าเวลาที่มีเรื่องสำคัญที่จะพูดกับเค้า ลูกต้องคิดว่าจะพูดยังไง เค้าถึงยอมฟังลูก"

    Hi-Family Careline

  • Sawitree Mameaw Chomarsa

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : 3 ปี 7 เดือน
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    สอบถามคุณหมอค่ะ น้องอายุ 3 ปี 7 เดือน ไปโรงเรียนแล้ว น้องมักจะใช้ทุกคนให้ทำนู้น ทำนี่ให้ อยู่โรงเรียนเวลาตื่นนอน ครูจะบอกให้น้องเก็บที่นอน น้องจะสวนกลับทันที่ ครูก็เก็บสิ ครูเลยพับที่นอนให้ แล้วให้น้องเอาไปเก็บในตู้เอง เวลาทานขนมเสร็จก็จะใช้ให้เพื่อนเอาไปทิ้ง ตอนเย็นเลิกเรียนมาบ้าน น้องจะถอดรองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้าเกลื่อนเลยค่ะ แต่คุณแม่ก็พยายามสอนน้องให้เก็บ บางทีก็ถือไม้ขู่ด้วย น้องก็เก็บทุกครั้ง แต่ก็ทำอีก คุณแม่อยากให้น้องมีระเบียบวินัยมากกว่านี้ จะรับมืออย่างไรดีคะ น้องเป็นเด็กสดใส ร่าเริงดี แต่ไม่ค่อยมีวินัย

    ลองดูว่าพฤติกรรมชอบสั่งได้มาอย่างไร เช่น โรงเรียน ทีวี หรือคนในบ้าน พฤติกรรมนี้เป็นพฤติกรรมเลียนแบบจากสิ่งที่เขาเห็นอยู่ทุกวัน เขาจึงเรียนรู้ที่จะบอกความต้องการของตัวเองผ่านการสั่ง ลองปรับแก้ไข ดังนี้
    1.เปลี่ยนการสั่งเป็นการร้องขออย่างสุภาพ บอกลูกว่าแม่ยินดีจะช่วยเขา เช่น อ่านหนังสือนิทานให้ฟัง หยิบของให้เมื่อลูกร้องขอ แทนการสั่ง เช่น " หนูสั่งหรือขอ เพราะถ้าสั่งคุณแม่จะไม่ทำให้ แต่ถ้าหนูขอดีๆ คุณแม่ก็อาจจะทำให้"
    2.มอบอำนาจให้ลูกบ้าง เพราะการที่ลูกชอบสั่ง อาจจะเป็นเพราะเขาอยากควบคุมอะไรในชีวิตของเขาเองาง ไม่ใช่รับคำสั่งจากผู้ใหญ่เพียงอย่างเดียว แทนที่คุณแม่จะสั่งให้ลูกทำ ลองเปิดโอกาสให้ลูกเลือก เช่น หนูจะเก็บกระเป๋าหรือรองเท้าก่อนดี
    3.ลองกระตุ้นให้ลูกคิดสะท้อนความรู้สึก เช่น "ถ้าเพื่อนใช้หนู หนูรู้สึกยังไง"
    4.เมื่อลูกร้องขอด้วยคำพูดที่สุภาพ ชื่นชมพฤติกรรมนั้นๆ เพื่อเป็นแรงเสริมให้ลูกอยากทำพฤติกรรมนั้น ๆ
    5.ทุกๆ คนในบ้าน ต้องช่วยกัน และอาจจะขอความร่วมมือจากคุณครูที่โรงเรียนด้วย

    Hi-Family Careline

  • Pornphan Meesang OJ

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ลูกเล่นของเล่น แล้วไม่ยอมเก็บค่ะ ต้องดุทุกครั่งก่อนถึงจะเก็บ บางทีก็ไม่เก็บเลย อยากทราบว่ามีเทคนิคอะไรไหมคะ ที่ทำให้เด็กมีวินัย เก็บของเล่นเอง

    บอกลูกว่าเเม่อยากให้หนูเก็บของเล่น เพราะครั้งต่อไปจะได้หาง่าย เเละของเล่นก็จะไม่กระจายเต็มพื้นด้วย ต่อมาให้ตัวเลือกลูกว่า เเม่จะช่วยเก็บกองนี้ ลูกจะเก็บกองไหน การถอยเพื่อที่จะให้ลูกรู้สึกว่าเขามีส่วนร่วมในการเก็บของ จะทำให้อยากทำมากขึ้น เมื่อลูกเริ่มลงมือเก็บที่ละชิ้น ทีละชิ้น ให้เราชื่นชมลูกเป็นระยะ เช่น ดีจังเลยของเล่นลงกล่องทีละชิ้น ทีละชิ้นเเล้ว การชื่นชมเป็นระยะๆ เป็นการทำให้เด็กมีกำลังใจจนเก็บของเล่นได้หมด ดีกว่าการชื่นชมครั้งเดียวที่เก็บของหมดเเล้ว ในเด็กที่กำลังกังวลว่าทำไม่ได้ มักจะไม่ค่อยลงมือทำในกิจกรรมที่ดูว่าเยอะ ดังนั้นลูกคุณเเม่ควรได้รับคำชมเป็นระยะๆ ตามกิจกรรมที่ทำจริง ไม่เเนะนำให้ใช้การขู่ว่าจะเอาไปบริจาคหรือเอาไปทิ้ง เพราะจะทำให้ลูกเถียงเก่งมากขึ้น

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Choompu Mamy

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ลูกสาว8ขวบ จะต่อต้านน้อง5ขวบค่ะ เค้าบอกปวดหัวเวลาน้องพูดเสียงดัง ถึงขั้นตีน้อง

    ถ้าพี่ตีน้อง พ่อแม่ต้องหยุดพฤติกรรมนั้นก่อนโดยการจับมือเด็กไว้ไม่ให้ตีน้อง พร้อมทั้งบอกด้วยน้ำเสียง สีหน้า ท่าทางเอาจริงว่า "หนูโกรธน้องได้ แต่ตีน้องไม่ได้" จากนั้น หาสาเหตุที่ส่งเสริมให้เกิดปัญหา และมีความเข้าใจว่า ขณะนี้พี่อาจต้องการความเป็นส่วนตัว ดังนั้นจึงควรหาที่ให้พี่เล่นตามลำพัง โดยแม่เบี่ยงเบนความสนใจน้องหรือกันน้องให้เล่นที่อื่น สอนให้พี่รู้จักวิธีที่เหมาะสมในการจัดการกับน้อง และให้พี่รู้สึกว่าการที่น้องพยายามเข้ามาหาพี่เป็นเพราะน้องรักและชื่นชมพี่ และควรสอนวิธีปฏิบัติใหม่เมื่อมีเหตุการณ์ที่ทำให้ทะเลาะกัน เช่น แยกจากกันก่อนให้ อารมณ์เย็นลง จึงกลับมาเล่นกันใหม่

    Hi-Family Careline

  • Napaporn Sriwannakorn

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องไม่ยอมเก็บของเล่น คุณแม่มีอ่านหนังสือรันไม่เก็บของเล่นให้ฟัง น้องเข้าใจรู้ แต่เอาจริงไม่ยอมเก็บ แบบนี้มีวิธีไหนที่จะให้ลูกเก็บของเล่น

    บอกลูกว่าเเม่อยากให้หนูเก็บของเล่น เพราะครั้งต่อไปจะได้หาง่าย เเละของเล่นก็จะไม่กระจายเต็มพื้นด้วย ต่อมาให้ตัวเลือกลูกว่า เเม่จะช่วยเก็บกองนี้ ลูกจะเก็บกองไหน การถอยเพื่อที่จะให้ลูกรู้สึกว่าเขามีส่วนร่วมในการเก็บของ จะทำให้อยากทำมากขึ้น เมื่อลูกเริ่มลงมือเก็บที่ละชิ้น ทีละชิ้น ให้เราชื่นชมลูกเป็นระยะ เช่น ดีจังเลยของเล่นลงกล่องทีละชิ้น ทีละชิ้นเเล้ว การชื่นชมเป็นระยะๆ เป็นการทำให้เด็กมีกำลังใจจนเก็บของเล่นได้หมด ดีกว่าการชื่นชมครั้งเดียวที่เก็บของหมดเเล้ว ในเด็กที่กำลังกังวลว่าทำไม่ได้ มักจะไม่ค่อยลงมือทำในกิจกรรมที่ดูว่าเยอะ ดังนั้นลูกคุณเเม่ควรได้รับคำชมเป็นระยะๆ ตามกิจกรรมที่ทำจริง ไม่เเนะนำให้ใช้การขู่ว่าจะเอาไปบริจาคหรือเอาไปทิ้ง เพราะจะทำให้ลูกเถียงเก่งมากขึ้น

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • นังมาร ร้าย น้องนภ

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องภพ อายุ 6 ขวบ น้องชอบโกหก และยอมเพื่อน ชอบเอาของที่บ้านไปให้เพื่อน ทำไงดีค่ะ

    เด็กๆมักโกหกเพราะ "กลัวโดนลงโทษ" เช่น เอาของไปให้เพื่อนแล้วบอกว่าทำหาย ดังนั้น หากจะแก้ปัญหาการโกหก ก็ต้องแก้ทั้งสาเหตุที่ทำให้ลูกโกหก รวมทั้งจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว โดย
    1.คุณพ่อคุณแม่ ควรสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกอยู่เสมอ เพื่อที่ลูกจะมั่นใจในความรัก และความหวังดีของพ่อแม่ เพื่อเวลาที่ลูกทำผิด หรือ ทำสิ่งไม่ดีลงไป ลูกจะได้กล้าบอกพ่อแม่
    2.ไม่โกรธ โมโห ตำหนิ เมื่อลูกทำความผิด รับฟังปัญหาอย่างตั้งใจ ถามถึงความรู้สึก ความคิดของเด็ก ชื่นชมที่ลูกกล้าสารภาพผิด
    3.ฝึกลูกคิดแก้ปัญหาในรูปแบบต่าง ๆ ชี้นำให้เห็นถึงข้อดีข้อเสียในวิธีการต่างๆกัน
    4.ชมลูก เมื่อเลือกวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสม

    Hi-Family Careline

  • Ing Panpat

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    มีลูกคนเดียว แต่มีคนแนะนำว่าควรมีลูกอีกคน เด็กจะได้รู้จักแบ่งปัน ไม่งั้นจะเอาแต่ใจแต่ครอบครัวคิดว่าจะมีลูกแค่คนเดียว มีข้อแนะนำที่จะทำให้เด็กรู้จักแบ่งปันไหมค่ะ

    เด็กจะเริ่มเข้าใจการแบ่งปัน ตอนอายุประมาณ 6 ปีค่ะ การฝึกเด็กให้รู้จักแบ่งปัน ทำได้โดย
    1.ไม่บังคับ ให้ค่อยๆ สอน ค่อยๆ อธิบาย เช่น "หนูจะเล่นอีกกี่นาทีดี แล้วแลกกันนะ" หรือ "รอเพื่อนเล่นเสร็จก่อนเราค่อยเล่น ตอนนี้เล่นอันนี้ก่อนดีไหมคะ"
    2.ไม่ดุหรือลงโทษ การดุหรือการลงโทษจะก่อความรู้สึกทางลบให้กับเด็กต่อการแบ่งปัน ถ้าเด็กแย่งของกันให้พูดว่า "ถ้าแย่งกันคุณแม่ขอนะ ไว้แบ่งกันได้เมื่อไรค่อยเอามาเล่นกันนะคะ"
    3.เป็นแบบอย่าง คุณพ่อคุณแม่ต้องทำให้เห็น ถ้ามีใครมายืมอะไร ให้ยืมแล้วพูดให้ลูกได้ยิน "คุณแม่ให้เพื่อนยืมปากกาแท่งโปรดของคุณแม่ด้วย" "ขอบใจจ๊ะแม่ เดี๋ยวพ่อให้แม่ยืมอ่านหนังสือของพ่อเล่มนี้นะ"
    4.เรียนรู้ผ่านการเล่น

    Hi-Family Careline

  • Krongkaew Kanson

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ถ้าลูกเอาแต่ใจทำอย่างไรบ้างคะ เคยอ่านดูแต่แก้ยังไม่หายคะ น้อง4ขวบกว่าคะ

    การที่เด็กเอาแต่ใจ ร้องไห้ งอแง โวยวาย ส่วนใหญ่จะไปหาของเล่น และลูกได้รับการเล่นกับคนไม่นานพอค่ะ เพื่อปรับพฤติกรรม แนะนำ
    1.สร้างต้นทุนปฏฺสัมพันธ์เชิงบวก โดยเน้นการให้ลูกเล่นกับเรา เช่น จ๊ะเอ๋ ร้องเพลง เต้น เน้นการสบตาจดจ่อแม่ให้นานต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 10 นาที วันละหลายๆรอบ
    2..สร้างต้นทุนการคิดตามแบบง่ายๆ เช่น ชวนลูกดูนาฬิกาข้างฝาบ้าน ตุ๊กตาที่เล่นบ่อยๆ แล้วถามคำถามให้ลูกตอบกลับ เช่น นาฬิกาอยู่ไหน ถ้าลูกตอบได้ ปรบมือ ถ้าลูกตอบไม่ได้ก็เฉลย
    3.ถ้าเราทำ ข้อ 1และ 2 มากพอ จะลดการโวยวายลงได้มาก เพราะที่ลูกโวยวาย ส่วนใหญ่จะไปหาของเล่น และลูกได้รับการเล่นกับคนไม่นานพอ
    4.กรณีเกิดเหตุการณ์ไปแล้ว ให้ทำ ข้อ 1 หรือ 2 อย่างใดอย่างหนึ่ง

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Kopankonni Lalitphat

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    แร้วเก้าขวบไม่ชอบทำการบ้านเวลาแม่ไปทำงาน
    น้องจะรับปากแต่ไม่ทำเลย..เรียนช้าต้องทำไงดีคืะ

    ถ้าลูกอยู่ในวัยประถม ชวนลูกคุยตอนลูกอารมณ์ดี บอกสิ่งที่เราต้องการและเรารู้สึกให้ลูกฟัง (I message) เช่น แม่เป็นห่วงเวลาที่หนูเรียนหนังสือ แล้วหนูไม่ได้ตั้งใจฟังคุณครู หนูจะเรียนไม่เข้าใจ จะทำให้ทำการบ้านยากและตอนติวสอบยิ่งยากมากขึ้น วันนี้แม่อยากชวนหนูมาวางแผนหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการทำการบ้าน การเรียน ตามด้วยการตั้งคำถามว่าหนูคิดอย่างไร
    ประเด็นคือ เราอยากให้ลูกเข้าใจว่าเรามาเพื่อช่วย การฟังลูกก่อนเป็นบทพิสูจน์แรกว่าเรามาเพื่อช่วย ไมได้มาเพื่อจัดการ เมื่อคุณแม่ฟังลูกเล่าแล้ว
    1.ต้องมาสรุปเป็นกติกาว่าอย่างไร
    2.ช่วยแก้ปัญหาที่มีในโรงเรียนของลูก เช่น ลูกไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ต้องช่วยลูกฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างไร เพราะหลายครั้งที่ลูกไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร
    ส่วนข้อกติกา หมอวางไว้คร่าวๆดังนี้ เราต้องฝึกลูกรับผิดชอบก่อนสบาย ให้ลูกทำทุกสิ่งก่อนไปเล่น ก่อนดูการ์ตูน

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • อังคณา ขันธวรรณ รักในหลวง

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ลูก 1 ปี 7 เดือน ค่ะ เวลาไม่พอใจจะตี ตีแม่ก่อน พอจับมือบอก อย่าตีแม่ เค้าก็ ตีตัวเอง พอบอกอย่าตีตัวเอง เค้าก็ตีสิ่งที่อยู่ตรงหน้าค่ะ

    กรณีที่ลูกร้องไห้ โวยวาย ให้ทำ 3 อย่าง คือ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถ้าลูกอยู่ในสภาวะที่คุยได้ ให้สะท้อนความรู้สึก ถ้าเบี่ยงเบนความสนใจได้ให้ทำ ถ้าลูกร้องไห้โวยวายมาก ก็ต้องปล่อยให้ร้อง โดยคุณแม่ไม่โกรธ ไม่เดินหนี รออยู่ใกล้ ๆลูก ให้อยู่ในสายตาลูก ถ้าลูกมีการทำร้ายร่างกายตัวเอง ทำร้ายร่างกายผู้อื่นหรือทำลายข้าวของ ให้หยุดการเพิกเฉยสักครู่ แล้วจับมือลูกไว้ สบตาลูก และพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ หนักแน่น ไม่ดุ ตะคอก คุกคาม ว่า ไม่ตีแม่ ท่าทางของคุณแม่ จะทำให้น้องรู้ว่า กิริยาที่เขาทำนั้นไม่ควรทำ แต่คุณแม่ต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองด้วย ถ้าคุณแม่ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้จริง ๆ ให้เดินออกมาสงบอารมณ์ก่อน หรือถ้าน้องอาละวาดมาก ให้กอดรัดรวบตัวเขาไว้ โดยให้หันหน้าออกจากตัวเรา วิธีการนี้จะดีกว่าการจับมือกระชากไปมา หรือจะใช้วิธีการกอดตั้งแต่เริ่มต้นเลยก็ได้ ให้ประเมินเป็นครั้งๆไป เพราะบางครั้งการกอด จะคล้ายๆ การโอ๋หรือปลอบโยน ทำให้ลูกสงบลงโดยตัวเองลำบาก ซึ่งการประเมิน ควรดูว่าช่วงนั้นลูกก้าวร้าวรุนแรงหรือไม่ ถ้าใช่ ให้ใช้การกอด เมื่อลูกสงบค่อยคุยกับลูกว่าเกิดอะไร เพราะอะไร

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Whanjai P'lop

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ลูกสาวอายุ 5 ขวบ เวลาทำอะไรไม่ได้ก้อชอบร้องไห้ ยังพูดเรียงประโยคไม่ถูกต้อง ยังจำพยัญชนะไทยและสระไม่ได้ จะมีวิธีแก้ไขยังไงค่ะ

    การที่เด็กเอาแต่ใจ ร้องไห้ งอแง โวยวาย ส่วนใหญ่จะไปหาของเล่น และลูกได้รับการเล่นกับคนไม่นานพอค่ะ เพื่อปรับพฤติกรรม แนะนำ
    1.สร้างต้นทุนปฏฺสัมพันธ์เชิงบวก โดยเน้นการให้ลูกเล่นกับเรา เช่น ร้องเพลง เต้น เน้นการสบตาจดจ่อแม่ให้นานต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 10 นาที วันละหลายๆรอบ
    2..สร้างต้นทุนการคิดตามแบบง่ายๆ เช่น ชวนลูกดูนาฬิกาข้างฝาบ้าน ตุ๊กตาที่เล่นบ่อยๆ แล้วถามคำถามให้ลูกตอบกลับ เช่น นาฬิกาอยู่ไหน ถ้าลูกตอบได้ ปรบมือ ถ้าลูกตอบไม่ได้ก็เฉลย
    3.ถ้าเราทำ ข้อ 1และ 2 มากพอ จะลดการโวยวายลงได้มาก เพราะที่ลูกโวยวาย ส่วนใหญ่จะไปหาของเล่น และลูกได้รับการเล่นกับคนไม่นานพอ
    4.กรณีเกิดเหตุการณ์ไปแล้ว ให้ทำ ข้อ 1 หรือ 2 อย่างใดอย่างหนึ่ง

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Koy San

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องพอ อายุ 2 ขวบ 1 เดือน
    ติดแม่มากคะ และชอบจับนม อยู่กับคนอื่น จะไม่ค่อยงอแง แต่พออยู่กับแม่ จะงอแง

    ไม่ทราบว่า ส่วนหนึ่งเพราะเค้ามีน้องอายุ 6 เดือนด้วยหรือเปล่า ที่ทำให้เค้าหวงแม่จากน้อง

    การที่ลูกติดแม่ อาจจะมีสาเหตุจาก
    1.พัฒนาการของลูก ที่เชื่อมโยงการรับรู้เข้ากับเวลาและระยะทางได้ เมื่อคุณแม่ได้อยู่ในระยะสายตา ลูกก็จะเข้าใจว่า คุณแม่อยู่ในที่ไกล แต่ไม่รู้ว่าไกลแค่ไหนและเมื่อไหร่จะกลับ ทำให้ลูกเกิดความกลัวและรู้สึกไม่มั่นคง เด็กจึงติดคุณแม่มาก
    2.อาจเกิดจากมีน้องใหม่ เปลี่ยนพี่เลี้ยงคนใหม่ หรือเริ่มเข้าโรงเรียน เข้าเนิร์สเซอรี่ ทำให้เด็กกลัว ไม่มั่นคง กลัวโดนทิ้ง
    วิธีการปรับพฤติกรรม
    1.ให้ลูกเป็นตัวของตัวเองและเป็นอิสระ เด็กจะรู้สึกมั่นใจและภูมิใจในตนเอง
    2.เพิ่มปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับลูกให้มากๆ
    3.นอกจากเวลาที่ดูแลน้องคนเล็ก ให้หาเวลาให้พี่คนโตด้วย กอดน้องบ่อย ๆ เพื่อที่น้องจะได้รู้สึกว่าคุณแม่รักและไม่ได้ถูกทอดทิ้งและเวลาที่ คุณแม่ดูแลน้องคนเล็ก ให้พี่มีส่วนร่วมในกิจกรรมง่าย ๆ เช่น เวลาน้องร้อง ให้ชวนพี่ไปดูน้องด้วยว่าร้องไห้เพราะอะไร

    Hi-Family Careline

  • ธนัชพร ถ้ำกลาง

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ลูกชาย 4 ขวบครึ่ง อยู่อ.2 เวลาโมโหจะตีพ่อและแม่ปาของด้วย(แม่บอกว่าไม่นะใจเย็นๆและก็กอดเขา)ก็ยังไม่หยุดคะทำอย่างไงดีคะอีกเรื่องคะทางสามีเป็ยภูแพ้ไซนัสมีลูกลูกก็เป็นภูแพ้เคยกินยาขยายหลอดลมมีผลกับความจำหรือเรื่องการเรียนไมคะ(ความจำ)มีพัฒนาการปกติคะ
    ถูกใจ ตอบกลับ ส่งข้อความ

    กรณีที่ลูกร้องไห้ โวยวาย ให้ทำ 3 อย่าง คือ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถ้าลูกอยู่ในสภาวะที่คุยได้ ให้สะท้อนความรู้สึก ถ้าเบี่ยงเบนความสนใจได้ให้ทำ ถ้าลูกร้องไห้โวยวายมาก ก็ต้องปล่อยให้ร้อง โดยคุณแม่ไม่โกรธ ไม่เดินหนี รออยู่ใกล้ ๆลูก ให้อยู่ในสายตาลูก ถ้าลูกมีการทำร้ายร่างกายตัวเอง ทำร้ายร่างกายผู้อื่นหรือทำลายข้าวของ ให้หยุดการเพิกเฉยสักครู่ แล้วจับมือลูกไว้ สบตาลูก และพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ หนักแน่น ไม่ดุ ตะคอก คุกคาม ว่า ไม่ตีแม่ ท่าทางของคุณแม่ จะทำให้น้องรู้ว่า กิริยาที่เขาทำนั้นไม่ควรทำ แต่คุณแม่ต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองด้วย ถ้าคุณแม่ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้จริง ๆ ให้เดินออกมาสงบอารมณ์ก่อน หรือถ้าน้องอาละวาดมาก ให้กอดรัดรวบตัวเขาไว้ โดยให้หันหน้าออกจากตัวเรา วิธีการนี้จะดีกว่าการจับมือกระชากไปมา หรือจะใช้วิธีการกอดตั้งแต่เริ่มต้นเลยก็ได้ ให้ประเมินเป็นครั้งๆไป เพราะบางครั้งการกอด จะคล้ายๆ การโอ๋หรือปลอบโยน ทำให้ลูกสงบลงโดยตัวเองลำบาก ซึ่งการประเมิน ควรดูว่าช่วงนั้นลูกก้าวร้าวรุนแรงหรือไม่ ถ้าใช่ ให้ใช้การกอด เมื่อลูกสงบค่อยคุยกับลูกว่าเกิดอะไร เพราะอะไร
    ยารักษาอาการภูมิแพ้ ถ้าใช้อยู่ภายใต้การดูแลของคุณหมอ ไม่ได้มีผลกับความจำหรือความฉลาดของน้องค่ะ อย่างไรก็ตามหากเด็กมีอาการเจ็บป่วยบ่อย ๆ จะมีผลต่อการเรียนรู้ได้ค่ะ แนะนำรักษาอย่างต่อเนื่องนะคะ

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • ถึงไม่สวย นิสัยดีพอ

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ตอนนี้ลูกอายุ1ขวบกับ5เดือนแล้วค่ะ แต่มีปัญหาเรื่องร้องงอแงตลอด ไม่ว่าจะอยู่กับใครก็ตามชอบ

    การที่เด็กเอาแต่ใจ ร้องไห้ งอแง โวยวาย ส่วนใหญ่จะไปหาของเล่น และลูกได้รับการเล่นกับคนไม่นานพอค่ะ เพื่อปรับพฤติกรรม แนะนำ
    1.สร้างต้นทุนปฏฺสัมพันธ์เชิงบวก โดยเน้นการให้ลูกเล่นกับเรา เช่น จ๊ะเอ๋ ร้องเพลง เต้น เน้นการสบตาจดจ่อแม่ให้นานต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 10 นาที วันละหลายๆรอบ
    2..สร้างต้นทุนการคิดตามแบบง่ายๆ เช่น ชวนลูกดูนาฬิกาข้างฝาบ้าน ตุ๊กตาที่เล่นบ่อยๆ แล้วถามคำถามให้ลูกตอบกลับ เช่น นาฬิกาอยู่ไหน ถ้าลูกตอบได้ ปรบมือ ถ้าลูกตอบไม่ได้ก็เฉลย
    3.ถ้าเราทำ ข้อ 1และ 2 มากพอ จะลดการโวยวายลงได้มาก เพราะที่ลูกโวยวาย ส่วนใหญ่จะไปหาของเล่น และลูกได้รับการเล่นกับคนไม่นานพอ
    4.กรณีเกิดเหตุการณ์ไปแล้ว ให้ทำ ข้อ 1 หรือ 2 อย่างใดอย่างหนึ่ง

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Chutima Chaiyasuk

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้อง 4 ขวบ ผู้หญิงค่ะ ชอบตะโกนเสียงดัง เวลาทำการบ้านจะช้ามาก เหมือนกับว่าไม่ตั้งใจทำ และจะงอแงกับแม่ ไม่ฟังเหตุผลคนอื่น เค้าเป็นเด็กสมาธิสั้นไหมค่ะ และมีวิธีแก้ไขยังไงคะ

    พ่อแม่ควรจะต้องใจเย็นเเล้วก็ไม่ตะโกนกลับหรือใช้อารมณ์เพราะจะเกิดการทะเลาะหรือเถียงกันขึ้น
    ชวนลูกคุยตอนลูกอารมณ์ดี บอกสิ่งที่เราต้องการและเรารู้สึกให้ลูกฟัง (I message) เช่น แม่เป็นห่วงเวลาที่หนูเรียนหนังสือ แล้วหนูไม่ได้ตั้งใจฟังคุณครู หนูจะเรียนไม่เข้าใจ จะทำให้ทำการบ้านยากและตอนติวสอบยิ่งยากมากขึ้น วันนี้แม่อยากชวนหนูมาวางแผนหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการทำการบ้าน การเรียน ตามด้วยการตั้งคำถามว่าหนูคิดอย่างไร
    ประเด็นคือ เราอยากให้ลูกเข้าใจว่าเรามาเพื่อช่วย การฟังลูกก่อนเป็นบทพิสูจน์แรกว่าเรามาเพื่อช่วย ไมได้มาเพื่อจัดการ เมื่อคุณแม่ฟังลูกเล่าแล้ว
    1.ต้องมาสรุปเป็นกติกาว่าอย่างไร โดยส่วนตัว หมอวางไว้คร่าวๆ ว่า เราต้องฝึกลูกรับผิดชอบก่อนสบาย ให้ลูกทำทุกสิ่งก่อนไปเล่นหรือก่อนดูการ์ตูน
    2.ช่วยแก้ปัญหาที่มีในโรงเรียนของลูก เช่น ลูกไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ต้องช่วยลูกฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างไร เพราะหลายครั้งที่ลูกไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • August Mayme

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    สวัสดีค่ะ คุณหมอ หนูขอคำแนะนำเรื่องสร้างระเบียบวินัยให้กับลูก วัย 8 ขวบค่ะ ลูกระเบียบวินัยในตนเองเก็บของไม่เป็นที่ ไม่มีระเบียบ เช่น แม่ซื้อดินสอ ยางลบให้จะไม่เกินสองวันทำหาย เพราะไม่เก็บรักษาของ บางครั้งเพื่อนยืมไปก็ไม่คืน กระเป๋านักเรียนเหมือนขยะ คือ ดินสอสีไม่เก็บใส่กล่องคืนที่เดิม เหลาดินสอมีถุงใส่แต่ไม่มัดปากถุงก็หล่นใส่กระเป๋าหมดค่ะ บางครั้งหมวกลูกเสือ ผ้าพันคอก็ไม่เก็บออกจากกระเป๋า ขวดน้ำช้อนกินข้าวก็คากระเป๋าไว้ บางครั้งลูกก็ลืมเอากลับมาบ้าน ช้อนหายประจำค่ะ หนูพยายามหัดให้ลูกมีระเบียบแต่แก้ไม่ได้สักทีค่ะ แม่จะหัดให้เค้าทำเองให้กรอกน้ำใส่ขวดเอง หยิบช้อนเองก่อนไปโรงเรียน จะหัดลูกมีระเบียบวินัยในตนเองได้อย่างไรคะ (แม่ไม่ได้เป็นคนเนียบมาก แต่ก็เก็บของไว้เป็นที่) ขอคำแนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    1.ก่อนลูกไปโรงเรียนทุกวันควรมีการคุยกับลูกว่า วันนี้นำอุปกรณ์เครื่องเรียนอะไรไปโรงเรียนบ้าง เมื่อกลับถึงบ้านพ่อแม่ต้องคอยตรวจดูด้วยว่า ลูกนำกลับมาบ้านครบหรือไม่ เป็นการฝึกลูกให้รู้จักตรวจสอบความเรียบร้อยของสิ่งของทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ
    2.ไม่ควรให้ลูกนำอุปกรณ์เครื่องเรียนไปโรงเรียนมากจนเกินความจำเป็น และสอนจัดเก็บให้เป็นสัดส่วนเพื่อง่ายต่อการเก็บ และการค้นหา
    3.ฝึกลูกเก็บผ่านการเล่นของเล่น โดยมีพ่อแม่คอยบอก หรือช่วยเก็บใส่กล่องร่วมกับลูกหลังเล่นเสร็จ หากลูกเก็บเข้าที่เรียบร้อย ควรให้คำชื่นชมพฤติกรรมนั้นทันที เพื่อเสริมแรงให้ลูกรู้สึกอยากที่จะเก็บของให้เป็นระเบียบในครั้งต่อไป
    4.มีตารางเวลาที่แน่นอน พ่อแม่ต้องกำหนดเวลาให้กับลูกอย่างชัดเจน คือ เวลาเล่น เวลาทำการบ้าน เวลาทานอาหารและเวลาเข้านอน ทั้งหมดนี้จะต้องดำเนินไปตามตารางเวลาที่ได้กำหนดไว้ เมื่อทำเป็นประจำ ก็จะเกิดเป็นวินัย
    5.ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ การปลูกฝังวินัยต้องเป็นสิ่งที่ทำซ้ำๆ อย่างสม่ำเสมอ จนเด็กยอมรับและจดจำได้ ฉะนั้น ต้องค่อยเป็นค่อยไป และใช้เวลาในการฝึกสอน สิ่งสำคัญคือ ต้องทำสิ่งนั้นให้เหมือนกันทุกครั้ง เช่น ให้ลูกจัดกระเป๋านักเรียนทุกวันก่อนนอน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่ปล่อยปละละเลย ไม่ควรปล่อยให้ลูกทำบ้าง ไม่ทำบ้าง เด็กก็จะขาดการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง
    6.การเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับเด็ก การที่ผู้ใหญ่หรือคนในบ้านแสดงพฤติกรรมที่ดีอย่างสม่ำเสมอ เด็กจะค่อยๆ เรียนรู้และซึมซับพฤติกรรมดังกล่าวนั้น

    Hi-Family Careline

  • Aumaim Katsuda

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องเก้า เพศหญิง อายุ11 เดือนค่ะ น้องชอบฟังเพลงก่อนนอนในYoutupe จะมีวิธีไหนให้ลูกดูโทรศัพท์น้อยลงบ้างคะ ไม่ให้ฟังน้องก็จะร้องไห้ งอแง เลยจะขอคำแนะนำจากคุณหมอเรื่องวิธีการสร้างวินัยให้ลูกน้อย แม่จะได้นำไปปรับใช้อย่างถูกวิธีค่ะ

    สมาคมกุมารแพทย์ของประเทศไทย แนะนำว่าเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่ควรดูสื่ออิเล็กทรอนิกส์ใดๆเลย เพราะไม่ช่วยในการพัฒนาสมอง แนะนำให้คุณแม่เล่นกับลูกแบบมีปฏิสัมพันธ์ เช่น เล่นจ๊ะเอ๋ ไล่จับ ซ่อนหา เล่นอะไรก็ได้ที่มี รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ มีการพูดคุยโต้ตอบกันกับลูก ร้องเพลงหรือเล่านิทานให้ลูกฟังแทน

    Hi-Family Careline

  • Phanchisa Ariyachotilkran

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องเฟม อายุ 10 ขวบ เป็นเด็กเรียนดี มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เป็นนักกิจกรรมแต่น้องขาดวินัยในการเรียน ส่งงานช้าจนครูต้องขอคุยกับคุณแม่ เกิดอะไรขึ้นกับน้องแม่ก็ไม่แน่ใจตอนนี้เครียดมากค่ะ

    ชวนลูกคุยตอนลูกอารมณ์ดี บอกสิ่งที่เราต้องการและเรารู้สึกให้ลูกฟัง (I message) เช่น แม่เป็นห่วงเวลาที่หนูเรียนหนังสือ แล้วหนูไม่ได้ตั้งใจฟังคุณครู ไม่ส่งงาน วันนี้แม่อยากชวนหนูมาวางแผนหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการทำการบ้าน การเรียน ตามด้วยการตั้งคำถามว่าหนูคิดอย่างไร
    ประเด็นคือ เราอยากให้ลูกเข้าใจว่าเรามาเพื่อช่วย การฟังลูกก่อนเป็นบทพิสูจน์แรกว่าเรามาเพื่อช่วย ไมได้มาเพื่อจัดการ เมื่อคุณแม่ฟังลูกเล่าแล้ว
    1.ต้องมาสรุปเป็นกติกาว่าอย่างไร โดยส่วนตัว หมอวางไว้คร่าวๆ ว่า เราต้องฝึกลูกรับผิดชอบก่อนสบาย ให้ลูกทำทุกสิ่งก่อนไปทำกิจกรรมอื่น
    2.ช่วยแก้ปัญหาที่มีในโรงเรียนของลูก เช่น ลูกไม่เข้าใจภาษาอังกฤษจนทำให้ส่งงานช้า ต้องช่วยลูกฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างไร เพราะหลายครั้งที่ลูกไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Sayamol Sangkhaphan

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้องเป็นเด็กเอาแต่ใจ ขี้งอแงไม่ได้ดั่งใจก็จะรองไห้ค่ะ จะแก้ยังไงดัค่ะ

    การที่เด็กเอาแต่ใจ ร้องไห้ งอแง โวยวาย ส่วนใหญ่จะไปหาของเล่น และลูกได้รับการเล่นกับคนไม่นานพอค่ะ เพื่อปรับพฤติกรรม แนะนำ
    1.สร้างต้นทุนปฏฺสัมพันธ์เชิงบวก โดยเน้นการให้ลูกเล่นกับเรา เช่น จ๊ะเอ๋ ร้องเพลง เต้น เน้นการสบตาจดจ่อแม่ให้นานต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 10 นาที วันละหลายๆรอบ
    2..สร้างต้นทุนการคิดตามแบบง่ายๆ เช่น ชวนลูกดูนาฬิกาข้างฝาบ้าน ตุ๊กตาที่เล่นบ่อยๆ แล้วถามคำถามให้ลูกตอบกลับ เช่น นาฬิกาอยู่ไหน ถ้าลูกตอบได้ ปรบมือ ถ้าลูกตอบไม่ได้ก็เฉลย
    3.ถ้าเราทำ ข้อ 1และ 2 มากพอ จะลดการโวยวายลงได้มาก เพราะที่ลูกโวยวาย ส่วนใหญ่จะไปหาของเล่น และลูกได้รับการเล่นกับคนไม่นานพอ
    4.กรณีเกิดเหตุการณ์ไปแล้ว ให้ทำ ข้อ 1 หรือ 2 อย่างใดอย่างหนึ่ง

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • Fon Ma

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    น้อง 4 ขวบ 7 เดือน เป็นคนไม่กล้าแสดงออกขี้อายน้องเป็นผู้ชายค่ะ นิสัยออกจะเป็นผู้ตามมากกว่า เป็นเพราะแม่ชอบสั่งหรือปล่าคะ เวลาจะทำอะไรต้องถามแม่ก่อน ถ้าแม่อนุญาติถึงทำได้ค่ะ แม่อยากให้น้องกล้าพูดกล้าทำกล้าแสดงออกค่ะคุณหมอ มีคำแนะนำไหมคะ ขอบคุณค่ะ

    การที่เด็กไม่กล้าแสดงออกอาจจะมาจากการที่ช่วยเหลือเด็กมากเกินไป มักจะช่วยเหลือเด็กทันทีที่เห็นว่าเด็กทำอะไรบางอย่างช้าไม่ทันใจ หรือเกิดจากการห้ามเด็กทำนู้นทำนี่มากเกินไป การฝึกให้ลูกกล้าแสดงออก ทำได้ดังนี้
    1.ให้ลูกลองได้ทำอะไรด้วยตัวเอง ลูกจะมีความมั่นใจว่าทำได้
    2.ให้ลูกแสดงออกเล็กๆน้อยๆในบ้าน เช่น ร้องเพลง เต้นให้คนในบ้านดูก่อนที่จะให้เด็กขึ้นไปเต้นจริงบนเวที
    3.ปลูกฝังให้ลูกรู้จักคุณค่าในตัวเอง วิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้เขารู้สึกถึงความสำคัญของตัวเองในครอบครัวได้ ก็คือความรักความใส่ใจที่คนในครอบครัวมีให้เขา มีการพูดคุยกันบ่อย ๆ ถึงความกล้าหาญของบุคคลอื่น ๆ เพื่อปลูกฝังให้เขามีความกล้ามากขึ้น
    4.ปล่อยให้ลูกเรียนรู้ความผิดพลาด ให้ลูกได้ลองผิดพลาด แต่ไม่ซ้ำเติม พูดคุยกับลูกว่าความผิดพลาดเกิดจากอะไร ฝึกให้ลูกคิดและหาแนวทางแก้ไข ลูกก็จะเกิดการเรียนรู้ฝ่าฟันอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ต่อไปได้อีกเรื่อย ๆ
    5.สอนให้ลูกกล้าลองเสี่ยง เปิดโอกาสให้ลูกได้ตัดสินใจ หรือทำกิจกรรมบางอย่าง ปล่อยให้เขาได้ลองคิดและทำด้วยตัวเอง โดยที่คุณพ่อคุณแม่ ไม่ต้องบังคับหรือสั่งการ ทำแค่เพียงยืนข้าง ๆ และให้คำปรึกษาเมื่อเขาต้องการก็พอ

    Hi-Family Careline

  • Bos Suwijak

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    เด็ก 4 ขวบ อยู่กับพ่อแม่ ไม่งอแง แต่อยู่กับป้าจะเอาแต่ใจตัวเอง แล้วก็จะร้องไห้ไม่หยุด ถ้าไม่ตามใจปากจะเขียว นิ้วเท้าจะจิกกับพื้น ชักงอ พูดไม่ฟัง ขว้างของเล่นด้วย ใครว่าก็ไม่ได้แล้วจะทำอย่างไรดีค่ะ

    การที่น้องมีพฤติกรรมดังกล่าว เกิดจาก เด็กเรียนรู้ว่าทำแบบไหนแล้วได้ผล เมื่อทำซ้ำแล้วยังไม่ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ ก็จะเพิ่มความรุนแรงของการกระทำขึ้นไปอีก เช่น ครั้งแรกคุณป้าพาไปเที่ยวแล้วซื้อของเล่นหรือขนมให้กิน เมื่อพาออกไปอีก เด็กก็จะให้ซื้อขนมหรือของเล่นเพิ่มให้ เมื่อไม่ได้ก็จะร้องไห้ หากการร้องไห้ครั้งนี้ทำให้คุณป้าใจอ่อนจนทำตามสิ่งที่ต้องการ เด็กก็จะเรียนรู้และเข้าใจไปเองว่า "ทำแบบนี้แล้วป้าจะยอม จึงนำพฤติกรรมนี้มาใช้ค่ะ
    การปรับพฤติกรรมนี้ ทำได้โดย
    1.สอนและฝึกไม่ตามใจเด็กทุกครั้งที่ร้องไห้งอแง เด็กจะโตขึ้นมาโดยไม่ติดนิสัยเหล่านี้
    2.เวลาที่น้องร้องไห้หรือลงไปนอนดิ้น เมื่อไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การเข้าไปอุ้มเค้า กอดไว้ โดยไม่ต้องไปโวยวาย ไปดุด่าว่า แค่กอดไว้เฉยๆ แล้วพาเด็กออกมาจากสิ่งที่เขาต้องการ เช่น ร้านขนม ร้านของเล่น เมื่อเริ่มสงบหรืออารมณ์ดีขึ้น คุณป้าหรือคุณพ่อคุณแม่ ควรสอนว่าเหตุใดพ่อแม่หรือคุณป้า จึงไม่ซื้อหรือทำสิ่งนั้นให้ แต่ไม่ควรไปดุด่าอีก แค่บอกเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ทำหรือซื้อสิ่งนั้นให้ก็พอค่ะ
    3.หัดตั้งคำถามกับน้องบ่อยๆ ตอนที่เค้าอารมณ์ดี ๆ ว่าคิดยังไงกับสิ่งที่ตัวเองอยากได้ ทำไมถึงอยากได้สิ่งๆ นั้น และทำไมจะต้องเอาสิ่งๆ นั้นให้ได้
    4.พูดคุยกับลูกบ่อย ๆ มีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับลูกมาก ๆ พ่อแม่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวและเป็น "ของเล่น" ที่ดีที่สุดสำหรับลูก หากพ่อแม่พูดคุยกับลูกสม่ำเสมอ เล่นกับลูก ให้ความรัก กอดลูกให้มาก ลูกจะไม่ใช้ความก้าวร้าวเป็นตัวต่อรองกับพ่อแม่

    Hi-Family Careline

  • ณัฐปภัสร์ ช่วยสงเคราะห์

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ตอนนี้ลูกได1ขวบ9เดือนแต่อาการออกจะเก้าร้าวต้องทำอยากไรดีพูดดีๆบ้างครั้งเค้าก็ไม่ค่อยจะฟังเราน่ะค่ะ

    กรณีที่ลูกร้องไห้ โวยวาย ให้ทำ 3 อย่าง คือ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถ้าลูกอยู่ในสภาวะที่คุยได้ ให้สะท้อนความรู้สึก ถ้าเบี่ยงเบนความสนใจได้ให้ทำ ถ้าลูกร้องไห้โวยวายมาก ก็ต้องปล่อยให้ร้อง โดยคุณแม่ไม่โกรธ ไม่เดินหนี รออยู่ใกล้ ๆลูก ให้อยู่ในสายตาลูก ถ้าลูกมีการทำร้ายร่างกายตัวเอง ทำร้ายร่างกายผู้อื่นหรือทำลายข้าวของ ให้หยุดการเพิกเฉยสักครู่ แล้วจับมือลูกไว้ สบตาลูก และพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ หนักแน่น ไม่ดุ ตะคอก คุกคาม ว่า ไม่ตีแม่ ท่าทางของคุณแม่ จะทำให้น้องรู้ว่า กิริยาที่เขาทำนั้นไม่ควรทำ แต่คุณแม่ต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองด้วย ถ้าคุณแม่ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้จริง ๆ ให้เดินออกมาสงบอารมณ์ก่อน หรือถ้าน้องอาละวาดมาก ให้กอดรัดรวบตัวเขาไว้ โดยให้หันหน้าออกจากตัวเรา วิธีการนี้จะดีกว่าการจับมือกระชากไปมา หรือจะใช้วิธีการกอดตั้งแต่เริ่มต้นเลยก็ได้ ให้ประเมินเป็นครั้งๆไป เพราะบางครั้งการกอด จะคล้ายๆ การโอ๋หรือปลอบโยน ทำให้ลูกสงบลงโดยตัวเองลำบาก ซึ่งการประเมิน ควรดูว่าช่วงนั้นลูกก้าวร้าวรุนแรงหรือไม่ ถ้าใช่ ให้ใช้การกอด เมื่อลูกสงบค่อยคุยกับลูกว่าเกิดอะไร เพราะอะไร

    พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์

  • สุพรรณษา ไทยทอง

    เพศ : ไม่ระบุ
    อายุ : ไม่ระบุ
    น้ำหนัก : ไม่ระบุ
    สูง : ไม่ระบุ
    นมที่ลูกทาน : ไม่ระบุ

    ตอนนี้ลูกจะ 6 ขวบ ผู้ชาย ดื้อมากไม่ฟังใครเอาแต่ใจอยากได้อะไรก็ต้องได้ ซนมากจนคุณครูที่โรงเรียนจะไม่เอาแล้ว จะต้องทำอย่างไรคะ ตอนนี้เครียดมากๆๆหมดหนทางจริงๆๆ

    เมื่อลูกร้องไห้เอาแต่ใจ ให้ทำดังนี้
    1.พ่อแม่ ต้องอารมณ์เย็น
    2.มองหน้าลูก สบตาให้ได้ และพูดด้วยเสียงนิ่ง สีหน้าเรียบอย่างจริงจัง "แม่จะรอหนูเงียบ เราถึงจะคุยกัน"
    3.เพิกเฉยลูกทั้งคำพูด ท่าที สายตา ไม่พูดซ้ำว่าลูกต้องเงียบ เพราะจะเป็นการไม่เพิกเฉยจริง รวมทั้งไม่เช็ดน้ำตาหรืออุ้ม ให้คุณพ่อ หรือคุณแม่ เบี่ยงตัวไปทำอะไรอย่างอื่น หากลูกพยายามเข้ามาให้กอดให้อุ้ม เราควรลุกขึ้นยืนและทำอย่างอื่นไป
    กรณีที่ลูกทำร้ายร่างกายคนอื่นหรือตัวเขาเอง ทำลายข้าวของ ให้จับมือลูกให้แน่นๆและมองหน้า(ต้องพยายามมองให้ได้) และพูดด้วยเสียงเรียบ นิ่งว่า "ไม่ตีแม่/ไม่โยนของ" ปล่อยมือและเฝ้าดูอีกสักครู่ เพราะเด็กอาจลุกขึ้นมาตี/โยนอีก ก็ให้ทำซ้ำ จนกว่าลูกจะหยุด ให้เรากลับมาเพิกเฉยต่อ
    4.เมื่อลูกเงียบแล้ว ให้คุยกับลูก เพื่อตอกย้ำลูกว่า เขาจะได้รับความสนใจก็เมื่อมีพฤติกรรมที่ดี และถูกเพิกเฉยเมื่อมีพฤติกรรมร้องเอาแต่ใจ พูดกับลูก ชมลูกแบบบรรยายพฤติกรรม เช่น "หนูเงียบแล้ว หนูเก่งค่ะลูก"
    ถามลูกว่า "เมื่อกี้นี้เกิดอะไรขึ้น" เปิดโอกาสให้เด็กได้ทบทวนเรื่องราวด้วยตนเองก่อน ซึ่งจะช่วยให้เด็กได้เข้าใจตนเองได้ดีกว่าการรอคำสอนอย่างเดียว เมื่อลูกเข้าใจเหตุการณ์แล้ว ถามความเห็นลูกในการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำ

    Hi-Family Careline